Posted by: ningnung | September 17, 2008

เจ็ดชั้น (๔)

ชายคนนั้นหายไปจากกรอบหน้าต่าง เขาปิดหน้าต่างอย่างรวดเร็ว จากนั้นปรากฏแสงไฟขึ้นภายในห้อง จูเซ็ปเป คอร์เต ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ตามองไปยังมู่ลี่ที่ปิดลงมาของชั้นหนึ่ง เขาจ้องมองมันด้วยความรู้สึกเลวร้าย พยายามจินตนาการถึงการฝังศพอย่างลับๆ ของชั้นหนึ่งมฤตยูที่ซึ่งผู้ป่วยถูกส่งไปรอความตาย เขารู้สึกสบายใจขึ้นที่รู้ว่าตัวเองยังอยู่ไกลจากมัน ขณะนั้นความมืดเริ่มคลี่คลุมท้องฟ้า หน้าต่างนับพันของโรงพยาบาลปรากฏแสงไฟขึ้นทีละดวงๆ เมื่อมองจากระยะไกลอาจคิดได้ว่าที่นี่กำลังจัดงานรื่นเริง มีเพียงชั้นหนึ่ง, ด้านล่างของอาคารทรงสโลป, เท่านั้นที่หน้าต่างนับสิบๆ บานยังคงมืดมิด

ผลการวินิจฉัยโรคทำให้จูเซ็ปเป คอร์เตใจชื้น เขาคาดเดาไว้ว่าผลจะออกมาแย่กว่านี้และเตรียมใจไว้แล้วสำหรับข่าวร้าย เขาคงไม่ประหลาดใจเลยถ้าหมอจะบอกให้เขาย้ายไปอยู่ชั้นล่าง แท้จริงแล้วไข้ไม่มีทีท่าว่าจะลดและอาการโดยทั่วไปยังไม่ทุเลา แต่ทางโรงพยาบาลบอกกับเขาอย่างนิ่มนวลและไม่ทำให้เสียกำลังใจ อาการของโรคยังมีอยู่ – หมอบอกกับเขา- แต่น้อยมาก อีกสองสามอาทิตย์น่าจะหาย

“งั้นผมยังอยู่ชั้นเจ็ดต่อไปได้ใช่มั๊ยครับหมอ?” จูเซ็ปเป คอร์เตถามเข้าประเด็นอย่างกระวนกระวายใจ

“แน่นอนครับ!” หมอตอบพร้อมกับตบไหล่เขาเบาๆ อย่างปลอบประโลม

“คุณคิดว่าต้องย้ายไปไหนกันล่ะ? หรือว่าชั้นสี่ดี?” หมอถามพร้อมกับหัวเราะราวกับพูดถึงเรื่องน่าขบขัน

“อยู่ที่เดิมดีกว่าครับ, อยู่ที่เดิมดีกว่า” คอร์เตตอบ “คุณหมอรู้มั๊ย? คนเราเวลาป่วยมักจินตนาการแต่เรื่องร้ายๆ เสมอ…”

จูเซ็ปเป คอร์เตยังคงพักอยู่ในห้องซึ่งทางโรงพยาบาลจัดให้เขาตั้งแต่แรก เขาเริ่มทำความรู้จักผู้ป่วยสองสามคนในโรงพยาบาลในบ่ายวันที่เขาได้รับอนุญาตให้ลุกจากเตียงนอน เขาปฏิบัติตามวิธีการรักษาอย่างเคร่งครัดเพื่อจะได้หายเร็วๆ ทว่าอาการของเขายังคงไม่กระเตื้องขึ้น

(มีต่ออีกยาวมั่กๆ)

****
หมายเหตุ:
ชื่อเรื่อง: La boutique del mistero
ผู้แต่ง: Dino Buzzati
ผู้แปล: Nungning


Responses

  1. ผ่านขอรับท่านย่า ผ่านฉลุยเลยเทียว

    แต่…

    แฮ่ม ผมแค่คิดว่า ในรูปประโยคเดิมที่ท่านย่าเขียนว่า…

    “…แต่ทางโรงพยาบาลบอกกับเขาอย่างนิ่มนวลและไม่ทำให้เสียกำลังใจ อาการของโรคยังมีอยู่ – หมอบอกกับเขา- แต่น้อยมาก อีกสองสามอาทิตย์น่าจะหาย

    “งั้นผมยังอยู่ชั้นเจ็ดต่อไปได้ใช่มั๊ยครับหมอ?” จูเซ็ปเป คอร์เตถาม…

    ผมไม่แน่ใจว่าต้นฉบับเดิมนั้น ผู้แต่งได้ใส่เครื่องหมายคำพูดตรงประโยคที่ทางโรงพยาบาล(หมอ)ได้บอกกับจูเซ็ปเป หรือเปล่าไม่ทราบ แต่หากจะใส่เข้าไปละก้อ ผมว่าจะสวยกว่าไหม? แค่รู้สึกน่ะท่านย่า ผมแค่รู้สึกเฉยๆ แม้ไม่ใส่ก็คงไม่เป็นไรหรอกขอรับ แต่ถ้าจะใส่ละก้อ เปลี่ยนเป็นแบบนี้จะดีไหมครับ

    “…ทางโรงพยาบาลบอกกับเขาอย่างนิ่มนวลและไม่ทำให้เสียกำลังใจว่า “อาการของโรคยังมีอยู่นะ” หมอบอกกับเขา “แต่น้อยมากแล้วล่ะ อีกสองสามอาทิตย์น่าจะหาย”

    “งั้นผมยังอยู่ชั้นเจ็ดต่อไปได้ใช่มั๊ยครับหมอ?” จูเซ็ปเป คอร์เตถาม…

    ผมก็แค่หาเรื่องคุยไปงั้นแหละขอรับท่านย่า

    -ผู้หลาน-

  2. ต้นฉบับเดิมผู้แต่งไม่ได้ใส่เครื่องหมายคำพูดไว้เจ้าค่ะ ข้าพเจ้าคงของเดิมไว้ทั้งดุ้น

    ข้าพเจ้าไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผู้แปลมีขอบเขตในการแปลมากน้อยแค่ไหน สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบการประพันธ์ของผู้แต่งได้หรือไม่ ข้าพเจ้าเลยคิดว่าคงของเดิมไว้ก่อนน่าจะปลอดภัยมากกว่า

    คงต้องหาคำตอบไปเรื่อยๆ เจ้าค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อแลกเปลี่ยนที่เป็นประโยชน์

    ท่านดินมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างเอ่ย?

  3. รับแซบท่านย่า

    งั้น ก็สมควรคงไว้แล้วล่ะครับ

    แฮ่ม แน่ใจนะครับว่า นั่นน่ะ “ทั้งดุ้น” จริงๆ

  4. ง่า…พี่สองผ่าน
    เป็นว่า..ข้าพเจ้าไม่ผ่าน!
    คะแนนเสียงหนึ่ง ๆ เจ๊า!

    ไม่ผ่านเพราะยังมีข้อกังขาขะรับตะละแม่ท่านย่าที่เคารพรัก

    ๑ ‘ตามองไปยังมู่ลี่ที่ปิดลงมาของชั้นหนึ่ง’ (มีรูปคำอย่างอื่นอีกไหม? มู่ลี่ปิดเองไม่ได้จะต้องถูกปิด)

    ๒ ‘มีเพียงชั้นหนึ่ง, ด้านล่างของอาคารทรงสโลป, เท่านั้นที่หน้าต่างนับสิบๆ บานยังคงมืดมิด’ (ไม่ทราบใส่ , มาทำไมขะรับ หากต้นฉบับเขาใส่มา เราก็คงต้องตั้งข้อกังขา หากไม่ได้วิสัชนาดีพอน่าจะรั้นต้นฉบับเสียบ้างนา..หรือท่านว่าอย่างไร?)

    ๓ ‘อย่างกระวนกระวายใจ’ ‘อย่างปลอบประโลม’
    การใช้ ‘อย่าง’ เป็นประเด็นให้ถกกันยาว เห็นทีต้องละไว้ก่อน แม้มือเก๋ายังบอกให้ตัด adverb ออกเสียบ้าง คงไว้แต่ที่จำเป็นจริง ๆ หากต้นฉบับปล่อยอย่างออกมาติดกันเยี่ยงนี้เห็นทีต้องลองถามอาจารย์ที่ปรึกษา ประเด็นเดิมขอรับ เราสามารถรั้นไปจากต้นฉบับได้บ้างไหม? นักเขียนเก๋า ๆ ก็มีหลุดถมไป แต่หากต้นฉบับหลุดมาเรายังจะคงไว้ หรือควรแก้ไขนิด ๆ หน่อย ๆ

    ได้คำตอบแล้วอย่าลืมบอกกัลล์ด้วย

    คารวะ

  5. แหะ แหะ กลับมาใหม่
    ลืมไปเรื่องหนึ่ง นั่งงึม ๆ อยู่ตั้งนานว่าลืมอะไร

    อ๊ะ! ข้อ ๔ ‘กระเตื้องขึ้น’ ความหมายของคำกระเตื้องมี ‘ขึ้น’ อยู่แล้ว ไม่น่าจะใส่ซ้ำนะขะรับ

    เอาล่ะ..เรียบร้อย ปะกันใหม่งานแปลตอนต่อไปจ้าที่ย่าที่น่ารัก

  6. เฮ้ย! เฮ้ยๆๆๆ

    เจ้าของสวนหายเจ้าข้าเอ้ยยยยยย

    ไม่ยอมมาตามนัดทุกวันเสาร์แย้วววววว

    ขโมยมะม่วงอักษรซักกระชอมซะดีมั้งนี่ – หือ!

  7. 😦

  8. ขอสุมาเต้อเจ้าที่ปล่อยให้เพื่อนบ้านชาวสวนกวนประสาทมาเก้อ

    ข้าพเจ้าสามวันดีสี่วันไข้มาเกือบสองอาทิตย์แล้ว เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา บังอรเลยเอาแต่นอน น้อน นอน ตั้งใจจะให้เจ้าไวรัส แบคทีเรียทั้งหลายหน้ามึดมึนงงไปเลย

    ได้ผลเจ้าค่ะ ตอนนี้สังขารเริ่มกลับสู่ภาวะปรกติ แต่เจ้าตัวขี้เกียจนี่สิ ใหญ่โตคับร่าง สงสัยต้องนอนต่ออีกสักหน่อย แหะ แหะ

    สำหรับเรื่อง “มู่ลี่ถูกปิด” ข้าพเจ้ากำลังมีปัญหากับการแปล passive voice เจ้าค่ะ(ไม่ใช่เฉพาะประโยคนี้ประโยคเดียว) ข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่าในภาษาไทยเรามี passive voice หรือเปล่า ทุกวันนี้แปลไปก็ยังถามตัวเองไปแบบงงๆ ถ้ามีก็ดีไป ข้าพเจ้าจะได้แปลสบายหน่อย แต่ถ้าไม่มี ข้าพเจ้าต้องเรียบเรียงรูปประโยคเสียใหม่เพื่อให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย

    ข้าพเจ้าคงต้องหาหนังสือหลักภาษาไทย รวมทั้งหลักการแปลมาอ่านเพิ่มเติมเสียแล้ว เฮ้อ…

  9. รับทราบ
    แข็งแรงไว้นะท่าน

  10. จะไม่ไหวแล้วท่าน ยิ่งแปล ข้าพเจ้ายิ่งรู้สึกว่าตัวเองไม่เอาไหน ความรู้ทางภาษาอิตาเลียนก็มีแค่หางอึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับที่พวกท่านช่วยขัดเกลาให้ดอกนะเจ้าคะ ข้าพเจ้าพิจารณาจากความรู้สึกตอนข้าพเจ้ากำลังนั่งแกะออกมาทีละประโยค เหงื่อตก เลือดตาแทบกระเด็นเจ้าค่ะ เลยรู้สึกว่าตัวเองคงฝีมือไม่ถึง

    ความฝันกับความเป็นจริงช่างแตกต่างกันลิบลับ ตราบใดที่ยังไม่ลงมือกระทำก็ได้แต่นั่งฝันหวาน เพราะไม่รู้ศักยภาพที่แท้จริงของตน พอได้เริ่มต้นกระทำจึงรู้ซึ้งว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

    ตอนนี้ข้าพเจ้ากำลัง “ต้อแต้” ร่ำๆ จะวางดิคชันนารรีไว้บนหิ้งอยู่หลายครา ขอความเข้มแข็งจงมีแด่ข้าพเจ้าด้วยเทอญ…

  11. โธ่ๆๆๆ

    ขนาดท่านย่ายังสิ้นลายปลาช่อนแบบนี้
    แล้วละอ่อนเช่นผมกับพี่เถ้าเป็นประมาณ
    จะมิลงคลานเข่ารากเลือดหรอกหรือพระคุณ

    เอาน่า
    กลับมานะท่านย่านะ

    สู้ๆ
    สู้เขาต่อไปนะแม่มดตะนอย

  12. ขอบคุณท่านสอฯ มากเจ้าค่ะ

    ที่จริงข้าพเจ้าแปล “เจ็ดชั้น”ทิ้งไว้ได้อีกบางย่อหน้า แต่เกรงว่าโพสท์ไปจะอุจาดตาผู้อ่านเสียเปล่าๆ เลยคิดว่าจะนำไปใส่ไหแล้วขุดหลุมฝังกลบไปพร้อมกับสวนอักษรให้สิ้นเรื่องสิ้นราวไปเสีย

    ข้าพเจ้ากำลังลังเลครุ่นคิดอยู่เจ้าค่ะ ว่าจะเดินหน้าต่อหรือหยุดแต่เพียงเท่านี้ เหลียวซ้ายแลขวาเห็นพวกท่านยังคงเดินรุดหน้าบนเส้นทางสายอักษรอย่างไม่ย่อท้อ จะล้มเลิกไปเสียกลางคัน ข้าพเจ้าก็รู้สึกละอายใจยิ่ง

    นอกจากนี้หากข้าพเจ้าคิดจะปิดสวนอักษร แต่ยังพบเห็นพวกท่านเดินฉวัดเฉวียนวนไปเวียนมาให้รำคาญลูกกะตาอยู่เช่นนี้ อีกไม่นานข้าพเจ้าคงแพ้ใจตัวเอง ลุกขึ้นมาหยิบจับดินสอแลดิคชันนารีอีกเป็นแน่แท้

    การหยุดเขียน(และแปล)เป็นระยะเวลานานๆ หากคิดจะกลับมาเริ่มต้นใหม่ เท่ากับต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง กว่าความคล่องมือจะคืนกลับมาดังเดิมก็กินระยะเวลาหลายต่อหลายเดือน

    ข้าพเจ้าเสียดายเวลาที่ต้องกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่เจ้าค่ะ…

    สู้โว้ย (มั้ง)

    -แม่มดตะนอย-

  13. งั้นสิๆๆ

    ต้องงั้นสิขอรับท่านย่า

    นอนต่อแล้วโว้ย (ไม่มั่ง)

  14. พี่หนิง

    สบายดีนะพี่
    ผ่อนคลาย ๆ นะพี่
    บางที บิดเกลียวตัวเองมากไป
    ก็ไม่มีประโยชน์หรอกพี่

    อย่าฝืน ๆ
    เอิ๊ก

    ผมทดลองวิธีนี้แล้ว ได้ผลมาก
    งานไม่ไปไหน ฝีมือไม่พัฒนา

    ฮา-

    ไอซ์ ครับ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: