Posted by: ningnung | September 13, 2008

เจ็ดชั้น (๓)

คอร์เตสังเกตเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าต่างถัดจากห้องของเขา ทั้งสองสบตากันอย่างเป็นมิตรอยู่ครู่ใหญ่ แต่ไม่มีใครเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา ในที่สุดจูเซ็ปเป คอร์เต รวบรวมความกล้าและพูดว่า

“คุณเพิ่งมาอยู่เหมือนกันหรือครับ?”

“โอ…เปล่า” อีกฝ่ายตอบ “ผมอยู่ที่นี่เกือบสองเดือนแล้ว…” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะไม่รู้จะสนทนาต่ออย่างไร จากนั้นจึงเอ่ยว่า

“ผมกำลังมองพี่ชายผมซึ่งอยู่ข้างล่าง”

“พี่ชายคุณ?”

“ใช่” ชายนิรนามอธิบาย “พวกเราเข้ามาพร้อมกันด้วยอาการป่วยที่ประหลาดมาก แต่เค้าอาการทรุดหนักลงเรื่อยๆ คุณคิดดูสิตอนนี้อยู่ขั้นสี่แล้ว”

“ขั้นสี่อะไรเหรอครับ”

“ชั้นสี่ไงล่ะคุณ” เขาอธิบายและพูดอะไรต่ออีกสองสามคำด้วยความรู้สึกสงสารและหวาดกลัว จนทำให้จูเซ็ปเป คอร์เตรู้สึกตกใจ

“คนไข้ที่อยู่ชั้นสี่อาการหนักขนาดนั้นเลยเหรอ?” เขาถามอย่างระมัดระวัง

“โอ พระเจ้า”อีกฝ่ายส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ถึงกับหมดหวังซะทีเดียว แต่ค่อนข้างริบหรี่”

“งั้น” คอร์เตถามต่อเล่นๆ ราวกับไม่ใส่ใจเรื่องทุกข์ร้อนของผู้อื่น “ถ้าคนไข้ชั้นสี่อาการหนักขนาดนั้น แล้วชั้นหนึ่งเอาไว้ให้ใครอยู่ล่ะ?”

“โอ, ชั้นหนึ่งมีแต่พวกใกล้ตาย ที่นั่นหมอไม่มีอะไรทำแล้ว เป็นหน้าที่ของบาทหลวง และโดยมาก…”

“แต่ชั้นหนึ่งมีคนอยู่น้อย” จูเซ็ปเป คอร์เต ขัดจังหวะก่อนพูดยืนยัน “ชั้นล่าง ปิดเกือบทุกห้อง”

“ตอนนี้, ใช่, มีน้อย แต่เมื่อเช้า เยอะมากเลยล่ะ” ชายนิรนามตอบด้วยรอยยิ้มบาง “ห้องที่ปิดมู่ลี่แสดงว่าเพิ่งมีคนตาย อีกอย่างคุณไม่เห็นเหรอว่าชั้นอื่นๆ เปิดม่านหมด? ขอโทษนะครับ” ชายคนนั้นกล่าวอย่างช้าๆ “ผมเริ่มหนาว คงต้องกลับไปที่เตียงแล้ว โชคดีนะครับ โชคดี…”

****
หมายเหตุ:
ชื่อเรื่อง: La boutique del mistero
ผู้แต่ง: Dino Buzzati
ผู้แปล: Nungning


Responses

  1. เมื่อไรจะเปลี่ยนรูปป้ายสวนเสียทีหือขะรับ?
    ท่านอัมอุตส่าห์วาดมาน่ารัก ฮึ!

  2. ท่านย่าขอรับ

    การที่เราจะพูดอะไรบางอย่างในสถานที่หรือในเหตุการณ์ที่แปลกใหม่ ที่ต้องใช้ความกล้า แน่ล่ะ เราต้องรวบรวมมันขึ้นมาเสียก่อนแล้วถึงจะพูดออกมาได้ ใช่ไหมครับ?

    ถ้างั้น หากเราจะเขียนว่า “รวบรวมความกล้าและพูดว่า…” จะเป็นการแปลคำว่า and ตรงตัวเกินไปไหม? และจะดูคล้ายว่า มีการกระทำสองอย่าง คือ การรวบรวมความกล้า กับ การพูด ไปพร้อมกันอย่างนั้นใช่ไหมขอรับ? (เหมือนจะมีสองแอ็คชั่น)

    หากจะเขียนว่า “รวบรวมความกล้า “แล้ว” พูดว่า…” จะเหมือนกับว่า กว่าที่คำพูดนั้นจะหลุดออกมา มันได้ผ่านการรวบรวมความกล้ามาก่อนไหม? (มีแอ็คชั่นเดียว)

    อาจจะดูเล็กน้อย แต่ประสาคน “ตาผีปากปีจอ” เช่นผม อดไม่ได้ที่จะให้ข้อสังเกตน่ะครับ

    ถือซะว่าเป็นประเด็นที่ผมแวะมาชวนคุยก็แล้วกันนะท่านย่า คือไม่รู้จะทักว่ายังไงก่อนน่ะขอรับ เหมือน…เหมือนอะไรดีล่ะ? อ้อๆๆๆ ไม่ทราบว่าท่านย่าเคยฟังเรื่องเล่าของชาวเหนือเรื่องนี้ไหมครับ

    คือว่า…

    พ่อหนุ่มหน้ามนคนไม่ขี้เหร่สักเท่าไหร่คนหนึ่ง ไปจีบสาวเจ้าผู้ไม่ถึงกับสวยงามราวนางงามจักรวาลดอก เผอิญว่าเจ้าสาวจัดสำรับข้าวแลงออกมาพอดี พูดเชิญชวนให้พ่อหนุ่มไปร่วมวงศาคนาญาติด้วยกัน

    ระหว่างเพลิดเพลินกับลาบจิ้นอยู่นั้น พ่อหนุ่มของเราก็กินไปเขียมไป เขี่ยซ้ายป่ายขวา แนมคำข้าวกับลาบแต่พอน้อย (วุ้ย! เขินนะเซ่ย์!) ไอ้ครั้นจะรีบกินให้อิ่ม ก็กลัวว่าว่าที่พ่อตาแม่ยายและพี่น้องคนอื่นๆ ของฝ่ายหญิงจะกินไม่อิ่ม ซ้ำจะว่าตนเป็นคนตะกละกินอีก

    จึงมองไปมองมา มองมาก็มองไป

    เห็นหอมมน หอมก้อม ขึ้นงามอยู่ในกระถางริมโอ่งน้ำที่นอกชาน

    พ่อหนุ่มหน้ามนคนดี แสดงน้ำใจที่จะเอื้อเฟื้อต่อคนในบ้าน หมายใจจะขันอาสาไปเก็บผักหญ้ามากินแนมลาบ คิดดังนั้นก็ลุกพรวดพราดเดินอ้อยอิ่งไปเก็บผักอยู่นอกชานโน่น

    ข้างฝ่ายสาวเจ้าและญาติๆ เล่า ที่นั่งกินข้าวอยู่นานๆ ในวันนี้ ก็ด้วยเกรงใจแขกที่มาเยือนนี่แหละ ครั้นเห็นเขาลุกไปเช่นนั้น จึงคิดตรงกันว่าว่าที่ลูกเขยคงจะอิ่มแล้ว ก็เลยลุกจากวงข้าวไปหมด สาวเจ้าก็เลยเก็บสำรับเข้าครัวไปล้าง

    ฝ่ายพ่อหนุ่มของเราเล่า หลังจากเก็บได้หอมก้อม หอมมนกำโต ก็ย้อนกลับมา หมายใจจะกินให้อิ่มเต็มคาบ ครั้นมาเห็นวงข้าวมะลายหายเซี้ยงแล้ว ได้แต่ยืนเก้ๆ กังๆ ไม่รู้ว่าจะรุกหรือจะถอยดี จึงเอ่ยวจีออกมาแก้ขวยกับหอมก้อมหอมมนกำนั้นว่า

    “โอวยหนอที่รัก สายไปเสียแล้วที่จะได้พบกัน” (ผักพบกับลาบ)

    จบ.

    ด้วยมิตรภาพขอรับท่านย่า

  3. ท่านดิน

    ข้าพเจ้าเปลี่ยนป้ายสวนฯ ให้ตามคำขอแล้วนะ
    แหมมมมม…จะป้ายไหน ก็ท่านอัมฯ วาดให้ทั้งนั้นแหละเจ้าค่ะ
    ท่านอัมฯ วาดส่งมาให้ข้าพเจ้าเลือกสามรูป (ตอนหลังส่งมาเพิ่มให้อีกหนึ่งรูป) ข้าพเจ้าก็เกรงท่านอัมฯ น้อยใจเลยแขวนโชว์ให้ครบ

    ระยะนี้ฝนตกหนัก หวังว่าขนำท่านคงไม่โดนหางเลขไปด้วย

    ด้วยความปรารถนาดีซำเหมอ

    **

    ท่านสอ

    ขอบคุณสำหรับข้อสังเกตเจ้าค่ะ เขาเขียน”และ” มา ข้าพเจ้าก็แปลเสียตรงตัว แหะ แหะ

    ส่วนเรื่องที่ท่านเล่าให้ฟัง ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินเลยเจ้าค่ะ น่าสงสารพ่อหนุ่มคนนั้นจริงๆ ป่านนี้ไม่รู้กินข้าวอิ่มหรือยัง

    ดีใจที่ท่านทั้งสองแวะมาคุยด้วย ว่างๆ แวะมาคุยใหม่เน้อเจ้า

    ด้วยมิตรภาพเช่นกัลล์

  4. อา..นี่สิสมเป็นสวนอักษร!

    พี่สองแลกเปลี่ยนข้อสังเกตเยี่ยงนี้ค่อยมีรสชาติขึ้นมาหน่อยนะขอรับ ข้าพเจ้าฝันถึงสังคมนักหัดเขียนที่แวะเวียนช่วยกันสะกิดตรงโน้นสะเกาตรงนี้ เจ้าของชิ้นงานจะเห็นด้วยไม่เห็นด้วยหาเป็นไร อย่างนีอยอีกหลาย ๆ คนได้นั่งตรองแล้วปรับใช้กับตัวเอง

    มุมมองที่แตกต่างเป็นเหมือนกระดาษทรายต่างเบอร์ที่จะขัดเกลาให้งานเราเงางามขึ้น

    สังคมเยี่ยงนี้หายากแลสร้างยากเย็นจริงเจียวขะรับท่านย่า

    เขียนหนังสือต่อล่ะ

    คารวะ

  5. แค่กๆ สวัสดิเจ้าค่ะท่านดิน

    ข้าพเจ้าระยะนี้สองวันดีห้าวันไข้ ไม่สบายตั้งแต่วันพฤหัสที่แล้วเจ้าค่ะ รักษาตัวเองไปตามมีตามเกิด ไม่อยากไปโรงพยาบาลเจ้าค่ะ เกรงจะเจอดีเหมือนตัวเอกในเรื่องเจ็ดชั้น

    ข้าพเจ้าเวลาโพสท์งานแปล ใจมักตุ้มๆ ต่อมๆ คอยลุ้นว่าคราวนี้จะมีอะไรผิดพลาดอีกหรือเปล่าหนอ งานไหนที่ผ่านตา(ผีปากปีจอ)ของพวกท่านไปแล้ว ข้าพเจ้าค่อยมีความมั่นใจขึ้นหน่อยในการนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน

    สังคมเยี่ยงนี้หายากจริงๆ เจ้าค่ะ ข้าพเจ้ากำลังคิดอยู่ว่าวันไหนข้าพเจ้า(เผอิญ)ได้เป็นนักแปลอาชีพขึ้นมาจะวานพวกท่านให้เป็นบรรณาธิการตันฉบับแปลกิตติมศักดิ์ให้สักหน่อย ข้าพเจ้าอายพวกท่านจนเลิกอายไปแล้ว ฮ่า ฮ่า ขายหน้ากับพวกท่านก่อนยังดีกว่าไปปล่อยไก่เล้าเบ้อเร่อกับผู้อ่าน

    ข้าพเจ้าไปนอนต่อล่ะ

    -คารแว้บ-


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: