Posted by: ningnung | August 29, 2008

ตัวเรือด

เรือดตัวหนึ่งเวลาไปไหนมาไหนมักเดินปิดจมูก เพราะมันทนเหม็นกลิ่นตัวเองไม่ได้ ใครๆ ต่างรู้กันว่าตัวเรือดมีกลิ่นเหม็นตามธรรมชาติ แต่เจ้าเรือดน่าสงสารตัวนี้ทนรับสภาพตัวเองไม่ได้ มันอายที่ตัวเหม็น มันจึงไม่เคยออกไปข้างนอกตามลำพัง เพราะมันคิดว่าถ้าออกไปพร้อมกันหลายตัว คนอื่นจะได้คิดว่ากลิ่นเหม็นนี้เป็นของเพื่อนๆ มัน เมื่อเรือดตัวอื่นรู้เรื่องนี้เข้า จึงโกรธมันมากและไม่อยากคบมันเป็นเพื่อน ดังนั้นเจ้าเรือดตัวนี้จึงถูกทอดทิ้งให้อยู่เดียวดาย

เจ้าเรือดที่น่าสงสารลองอาบน้ำฟอกสบู่ แต่กลิ่นก็ไม่หมดไป เพราะเป็นกลิ่นตัวตามธรรมชาติ มันลองใส่น้ำหอม แต่กลิ่นของมันกลับแรงกว่ากลิ่นน้ำหอมใดๆ มันจึงไปหาพังพอนและขอยืมกลิ่นของมันมาเล็กน้อย ทุกคนรวมถึงเพื่อนๆ ที่ทอดทิ้งมันไปต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า น่าแปลกที่ตัวเรือดมีกลิ่นเหมือนพังพอน

น่าแปลก น่าแปลก, แต่เจ้าเรือดกลับไปไหนมาไหนอย่างมีความสุข มันสบายใจ เลิกอับอาย และไม่ต้องเดินอุดจมูกอีกต่อไปแล้ว

****
หมายเหตุ:
ผู้แต่ง: Luigi Malerba
ชื่อเรื่อง: Storiette e Storiette tascabili
ผู้แปล: Nungning


Responses

  1. มีนกพิราบขาวฝูงหนึ่ง ตัวของพวกมันเม้นนนน เหม็น แต่พวกมันไม่รู้ตัวหรอก พวกมันคิดว่าตัวของพวกมันช่างหอมเสียเหลือเกิน

    กระทั่งวันหนึ่ง นกพิราบขาวฝูงนี้ได้กลิ่นเม้นนนน เหม็น ม๊ากกกก มาก ของอีแร้งหัวล้านฝูงหนึ่ง ที่พากันมาเกาะอยู่บนเก้าอี้กลุ่มหนึ่งเต็มไปหมด

    พวกมันทนความเหม็นนั้นไม่ได้ จึงพากันไปขับไล่อีแร้งฝูงนั้น ซึ่งตัวเหม็นกว่าพวกมัน ให้ออกไปจากบริเวณที่พวกมันเห็นว่าไม่สมควรสำหรับอีแร้งฝูงนั้น

    นับแต่นั้นมา พวกมันก็ไม่ได้กลิ่นเหม็นอีกต่อไป???

  2. ท่านสอออออออออ

    ดีใจจังที่แวะมาเยี่ยม หายหน้าหายตาไปนาน ข้าพเจ้านึกว่าหนีไปธุดงค์ซะอีก

    ตอนนี้อีแร้งกับนกพิราบส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวลไปทั่วประเทศ เมื่อไหร่บ้านเมืองจะสงบสุขเสียทีหนอ เฮ้อ…

  3. ตะวันรอนสวัสดิ์ขอรับท่านย่าที่เคารพรัก

    ได้รับเลิศวรรณคดีอันเป็นรากฐานทางการใช้ภาษาสยามทั้งสองเล่มเป็นที่เรียบร้อยด้วยความระลึกพระคุณยิ่ง ข้าพเจ้าเร่งค้นพลิกหน้านิทานโบราณคดีมองหาเรื่องที่หมายตา เพราะได้ยินมาว่ากรมพระยาดำรงฯ ท่านทรงกล่าวถึงการฝึกมวยไชยาของนายนิล ปักษีไว้ด้วย(กำลังเขียนเรื่องเกี่ยวกับมวยไชยา) แต่ลองพลิกหน้าแล้วหน้าเล่า ตลบแล้วตลบเล่าก็ยังหามิเจอ หรือนิทานโบราณคดียังมีอีกเล่มอื่น ไม่ก็เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน

    อย่างไรตามที ทั้งสองเล่มส์นับเป็นต้นแบบสำนวนภาษายุครัชกาลที่ห้าซึ่งข้าพเจ้ากำลังสะเออะใช้เขียนนิยาย ช่วยได้มากในการจักกำกับภาษาแบบมวยวัดให้พอมีกลิ่นไอขุนน้ำขุนนางกับเขาบ้าง

    บุญคุณท่านย่าครั้งนี้คงอีกนานกว่าได้ทดแทน ขอท่านย่ากรุณารับโขกศีรษะคารวะจากผู้หลานไว้ก่อนเป็นจำนำ รอเขียนเรื่องจบสองร้อยหน้าวันใดผู้หลานจะส่งมาให้ท่านทรมานสายตาเป็นการตอบแทนฐานอุปการะกันมาดีนัก

    ระหว่างนี้หาใช่เป็นคืนวันที่ดีของผู้หลานเลย

    เขียนเรื่องยังคงเป็นเทวษหฤหรรษ์มิเลิกลา ไม่ว่าเป็นความลังเลสับสนเรื่องจะดีพอหรือไม่? โครงเรื่องอ่อนไปหรือเปล่า? จุดสำคัญของเรื่องดูไม่น่าสนใจนะ!

    เราพบเรื่องดี ๆ มามากมายขอรับท่านย่า เนื้อหาชวนฉงนสนเท่ ตัวละคอนมีเสน่ห์น่าทำความรู้จักชวนติดตาม ที่น่าน้อยใจก็คือเรื่องดี ๆ เหล่านั้นไม่ยักผุดขึ้นจากขมองเราบ้าง เห็นมีก็แต่เรื่องพื้น ๆ ธรรมดาที่ใคร ๆ ก็เขียนกันมาหมดแล้ว

    ข้าพเจ้าตระหนักดีว่าการรอค้นหากว่าพบเรื่องพอใจแล้วค่อยเขียนนั้นเป็นเรื่องของผู้ชำนัญรจนาการแล้ว กับละอ่อนฝึกหัดขอแค่มีอะไรสักเล็กน้อยชักนำปลายนิ้วให้ขยับจงฝึกฝนไปอย่าได้หยุด

    แต่ความลังเลเหล่านั้นคอยสะกิดสีข้างจี้บั้นเอวไม่ให้เขียนไปโดยสะดวกใจได้เลย ข้าพเจ้ายังคงงมโข่งอยู่วันแล้ววันเล่า ตัวอักษรขยับไปข้างหน้าช้า ๆ เชื่องช้ายิ่ง เพิ่งล่วงเข้าชายป่าจินตนาการมาได้สิบหน้าขอรับ

    แล้วจะส่งเจ้าตากลม(นกฮูกสื่อสารแบบแฮรี่ไง)ออกมาหาท่านเป็นระยะ

    หวังท่านจำเริญสุขะพละเป็นมิ่งขวัญหลาน ๆ ยิ่งยืนนานเทอญ

    คารวะ

    ปล.เมื่อไรท่านจะเอารูปเดิมกลับมาเสียทีหาขะรับ?
    มีแต่ลูกกะตาบ้องแบ๊วจะเป็นสวนไปได้ฉะใด..ฮึ!


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: