Posted by: ningnung | July 26, 2008

ล้อของดาวหมีใหญ่

เชซาโรเนเคยได้ยินมาว่านักดาราศาสตร์ยุคโบราณดูดวงดวงจากก้นบ่อ วันหนึ่งเขาอยากลองทำเช่นนั้นบ้าง แต่เสี่ยงเกินไปที่จะจมน้ำตาย เมื่อมีคนดึงเขาขึ้นมาจากบ่อ เขาน่าจะตายมากกว่ายังมีชีวิตอยู่

บางทีอาจประสบความสำเร็จก็ได้ เพราะผมเป็นเป็นนักดาราศาสตร์ยุคใหม่ไม่ใช่ยุคเก่า, เชซาโรเนคิด, แต่มีคนอธิบายให้เขาฟังว่าปัญหาไม่ใช่เรื่องยุคใหม่หรือเก่า แต่เป็นเรื่องน้ำ: เขาต้องลงไปอยู่ก้นบ่อที่แห้ง

แม้ดวงดาวเป็นสิ่งที่เขาหลงใหล แต่เขาก็ไม่อยากจมน้ำตายเพราะมัน เชซาโรเนไปชนบท และที่นี่เขาสร้างบ่อน้ำเหนือพื้นดิน กล่าวคือเขาสร้างหอคอยทรงกลม ด้านในกลวง และไม่มีหลังคา

ที่ก้นบ่อหรือพูดให้ถูกคือที่ระดับผิวดินนั่นแหละ เชซาโรเนวางโซฟาไว้ เขาใช้เวลาในยามค่ำคืนที่นั่นเพื่อดูดวงดาว ตอนนี้เขาจำดวงดาวบนท้องฟ้าได้เกือบทั้งหมด ส่วนเวลากลางวันเขาใช้เวลาศึกษาแผนที่สีมือสองซึ่งเขาซื้อมาจากร้านขายเครื่องใช้ในสำนักงาน

นับตั้งแต่ดูดวงดาวในยามค่ำคืน เชซาโรเนก็แปลกไป เขาจำเพื่อนซึ่งพบตามท้องถนนไม่ได้ เขาจำสุนัขและแมวสลับกัน บางครั้งเขาจำไม่ได้แม้กระทั่งถนนที่เขากำลังเดินและเดินไปชนกำแพง

“บนพื้นดิน ผมรู้สึกสับสนไปหมด” เขาพูด “ผมรู้สึกดีขึ้นเมื่ออยู่บนท้องฟ้า”

(มีต่อ)

****
หมายเหตุ:
ผู้แต่ง: Luigi Malerba
ชื่อเรื่อง: Storiette e Storiette tascabili
ผู้แปล: Nungning


Responses

  1. อือ..อีตาหมอนี่เพี้ยนๆ ดี

    คือว่า..ท่านย่าขอรับ หลานสอสงสัย

    ย่อหน้าแรกน่ะ “…วันหนึ่งเขาอยากลอง…แต่เสี่ยงที่จะจมน้ำตาย…” ตรงนี้ก็โอฯนะครับ ว่าเป็นเพียงความคิดที่อยากจะลองทำแบบนั้นดูบ้าง

    แต่…

    “…เมื่อมีคนดึงเขาขึ้นมาจากบ่อ เขาน่าจะตายมากกว่า…” ตรงนี้ไม่โอฯ เพราะเหมือนว่าอีตาเพี้ยนนั่นได้ทดลองทำตามความคิดของตนแล้ว

    เอ๋? หรือไงขอรับท่านย่า? หรือว่าอีตาเพี้ยนไปแอบซุ่มทดลองแล้วจริงๆ

    ถ้าหากอีตาเพี้ยนนั่นลองทำแล้วจริงๆ จะใช้รูปประโยคว่า

    “วันหนึ่งเขาทดลองทำแบบนั้นบ้าง แม้เสี่ยงที่จะจมน้ำตายก็ตาม ดีที่ว่ามีคนช่วยดึงเขาขึ้นมาจากบ่อ เขาจึงไม่จมน้ำตายแบบที่ควรจะเป็น”

    แฮ่ๆๆ หลานก็แส่ไปตามเรื่องน่ะขอรับท่านย่า

    โปรดอย่าถือสา

    โปรดพิจารณา

    -ผู้หลาน-

  2. อาทิตย์สวัสดิ์เจ้าค่ะท่านสอฯ

    อีตานี่เขาเพี้ยนจริงๆ นั่นแหละเจ้าค่ะ เพี้ยนไม่เพี้ยนก็ดูจากบ่อน้ำที่สร้างก็แล้วกัน ไม่รู้คิดได้ยังไง ส่วนที่ท่านถามมาว่าอีตานี่เขาลองทำไปแล้วหรือยัง หรือแค่คิดจะลอง คำตอบคือแค่คิดจะลองเจ้าค่ะ

    สำหรับคำติติงของท่านสอฯ นั้น(ไม่ว่าครั้งนี้หรือครั้งไหน) ข้าพเจ้าไม่เคยถือสา กลับถือเป็นพระคุณด้วยซ้ำที่มีกัลยาณมิตรอ่านงานแปลของข้าพเจ้าด้วยความเอาใจใส่ บอกกล่าวชี้แนะข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ให้ข้าพเจ้าได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในการแปลครั้งต่อๆ ไป

    ข้าพเจ้าคนแปล แปลเองเข้าใจเอง บางครั้งไม่รู้ว่าคนอ่านเขาอ่านแล้วงงๆ ถ้าไม่มีเสียงสะท้อนตอบกลับมาบ้าง ข้าพเจ้าก็คงไม่มีโอกาสได้พัฒนาฝีมือ

    นับแต่เปิดสวนอักษร ก็ได้ท่านสอฯ และท่านดินติติงชี้แนะข้าพเจ้าเสมอมา ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้ารู้สึกกดดันในการแปลงานแต่ละชิ้นเนื่องจากมีท่านทั้งสองมาคอยเกาะอยู่ริมรั้วตะโกนบอกข้อบกพร่องอยู่ปาวๆ บางครั้งถึงกับ “ต้อแต้” แปลเท่าไหร่ก็ไม่ได้ดีเสียที ร่ำๆ จะเอ่ยปากไล่พวกท่านให้ไปเสียพ้นๆ แต่เมื่อนึกได้ว่าจะหากัลยาณมิตรแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก เลยต้องกล้ำกลืนฝีนทนคบพวกท่านไว้ประหนึ่งเป็น “ตัวห้ำและตัวเบียน” คอยกำจัดแมลงศัตรูพืชที่มากัดกินกล้าอ่อนในสวนอักษรของข้าพเจ้า

    พิจารณาแล้ว เห็นควรคบต่อ

    -ผู้ย่า-

  3. ก็ว่ากานปายยยยย


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: