Posted by: ningnung | January 14, 2008

ไกด์นำเที่ยวกรุงโรม

ไกด์อธิบายให้นักท่องเที่ยวชาวสวิสที่มาเยือนกรุมโรมฟังว่า ถนนในยุคเก่าอยู่ลึกลงไปประมาณสี่เมตรจากพื้นถนนปัจจุบันซึ่งมนุษย์เดินย่ำและรถวิ่งผ่านไปมา นักท่องเที่ยวชาวสวิสไม่เชื่อ พวกเขาถามว่าทำไมแทนที่ดินจะยุบตัวลงเนื่องจากถูกเหยียบย่ำแต่กลับสูงขึ้นถึงสี่เมตร

ไกด์อธิบายว่าที่ระดับพื้นดินสูงขึ้นเป็นเพราะหลายศตวรรษที่ผ่านมาผู้คนต่างทิ้งขยะลงมาจากบ้านเรือน บ้วนน้ำลาย ทิ้งก้นบุหรี่ เศษกระดาษ ขวดแตก เปลือกส้ม เมล็ดเชอร์รี่ ตั๋วรถเมล์ กล่องไม้ขีดไฟ ขี้หมา และขี้แมวลงบนพื้น

นักท่องเที่ยวชาวสวิสแทบไม่อยากเชื่อ พวกเขาตกตะลึงและต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เรื่องแบบนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะคนสวิสไม่ทิ้งขยะลงบนพื้น สรุปคือพวกเขารู้ว่าควรรักษาบ้านเมืองให้สะอาดอย่างไร

“แม้พวกเราชาวโรมันจะเป็นพวก โค-ตะ-ระ สกปรก” ไกด์ชาวโรมพูดด้วยความโกรธ “แต่พวกเราก็มีความสามารถในการสร้างกรุงโรม ส่วนพวกคุณล่ะ?”

****
หมายเหตุ:
ผู้แต่ง: Luigi Malerba
ชื่อเรื่อง: Storiette e Storiette tascabili
ผู้แปล: Nungning


Responses

  1. เลิกงานแต่หัววันสวัสดิ์เจ้าค่ะ

    แหะ แหะ อายจัง เมื่อวานข้าพเจ้าโพสท์งานยังไงเนี่ยมีแต่ชื่อเรื่อง เพิ่งเห็นเมื่อกี้เองเจ้าค่ะว่าเนื้อเรื่องหาย ขออภัยจริงๆ (โขกหัวคารวะสามโป๊ก)

    ข้าพเจ้าขออนุญาตหอบเสื่อมานั่งเม้าท์ต่อกับเหล่าสหายที่นี่แล้วกันเจ้าค่ะ
    เพราะความเห็นเริ่มยาวเป็นขบวนรถไฟแล้ว เสียเวลาโหลดเปล่าๆ

    จากวงคุยครั้งก่อนคุณอัมโปะพูดถึงเรื่องการไม่ชอบคุยเรื่องส่วนตัวในที่สาธารณะ

    สงสัยข้าพเจ้าจะยึดติดนึกว่า “สวนอักษร” เป็นสวนส่วนตัว จนหลงลืมไปว่าสวนอักษรเป็นบล็อกสาธารณะ

    ข้าพเจ้าเพียรปลูกต้นอักษรขึ้นมาในสวนแห่งนี้ทีละต้นๆ แต่งกิ่ง ตัดก้าน รดน้ำ บำรุงดิน จนเห็นต้นอักษรค่อยๆ เติบโต ทำให้อดรู้สึกไม่ได้ว่าที่นี่เป็นสวนของข้าพเจ้า แถมคนที่มาเยือนก็รู้จักมักคุ้นกันแล้วทั้งนั้น เวลามีอะไรไม่สบายใจที่ข้าพเจ้าพอจะเปิดเผยได้ ข้าพเจ้าก็อยากเล่าให้เหล่าท่านได้ร่วมแบ่งปันความรู้สึกบ้าง

    อย่างไรก็ดี ข้าพเจ้าพึงระลึกอยู่เสมอว่าคงไม่เหมาะไม่ควรที่จะเขียนระบายความรู้สึกแล้วโพสท์ให้อ่านเป็นเรื่องเป็นราว ได้แต่อาศัยพุ่มไม้ใบบังแอบคุยกับพวกท่านในส่วนคอมเมนท์

    ที่สำคัญข้าพเจ้ายังอยากรักษาสวนอักษรให้เป็นสวนพักผ่อนเล็กๆ สำหรับคนที่สนใจงานแปลได้เข้ามาปูเสื่อนั่งเล่นให้เพลิดเพลินใจ ไม่ใช่เข้ามาแล้วได้ยินแต่เสียงคนแก่บ่นอะไรไม่รู้ทั้งวัน

    สำหรับประเด็นที่ท่านดินเปิดค้างไว้ใน “เค้กบนท้องฟ้า น.๔๑” นั้น
    ข้าพเจ้าก็คงทำได้แต่เพียงช่วยท่านตะโกนดังๆ
    แต่ก็นั่นแหละ ตะโกนไป อาจมีเสียงตะโกนถามกลับมาว่า

    “พวกคุณเป็นใคร?”

    ทางที่ดีข้าพเจ้าว่าท่านรีบเป็นนักเขียนซีไรต์เร็วๆ เถิด เพราะคนตัวใหญ่เพียงแค่พูดกระซิบเสียงก็ดังสะท้อนไปทั้งบางแล้ว

  2. ข้าพเจ้าได้แต่ทำตาปะหลับปะเหลือก “อารายของท่านย่าหว่า..ไกด์นำเที่ยวกรุงโรม?”

    ใช่เลยขอรับ! คำนึงถึงอรรถประโยชน์แก่ผู้คนด้วยใช่เพียงอารมณ์ตน..การหาร่องรอยที่สมดุลระหว่างส่วนตัวกับสาธารณะจึงเป็นศาสตร์เป็นศิลป์ที่น่าศึกษาฝึกฝน

    ตรงใต้กล่องโพสท์มี กล่อง tag อยู่ด้วย หากท่านย่าใส่ tag อย่างคำ งานแปล วรรณกรรมเยาวชน อะไรประมาณนี้ไว้ก็จะดีนะขอรับ คนที่สนใจจะ search หาเจอโดยง่าย

    “สหายรักหยุดเขียน หัวใจข้าพเจ้าแหลกสลาย”

    คารวะ

    ปล. ปากร้ายอย่างคุณเลี่ยนทั้งหลายเนี่ย ผู้หลานคิดเห็นว่าจะต้องเจอท่านย่าขะรับ คำเดียว–อยู่!

    แต่หมอไม่ใช่ชาวโรมันแล้วนะขะรับ ขอท่านย่าตรวจสอบ

  3. อ่านโดยไม่อ่านเม้นต์คนอื่นก่อน

    ชาวสวิสก็มีความสามารถทำ นาฬิกา ไงครับ

    ไม่ฮา เหรอ

    อ้าว ก็ไม่ได้ตั้งใจฮานี่นา

  4. แว๊บๆ สวัสดิ์ ขอรับ

    การคุยเรื่องส่วนตัวในที่สาธารณะที่ว่าไม่ชอบนั้นไม่ได้แปลว่ามันดีหรือไม่ดีดอกขอรับ แต่น่าจะเป็นความรู้สึกเขินมากกว่า สำหรับคุณหนุงหนิงพื้นที่’สวนอักษร’ถือเป็นที่ส่วนตัวขอรับ แต่สำหรับผมถือเป็นที่สาธารณะ

    หากมาจ้อแต่เรื่องส่วนตัวในบลอคคนอื่นอาจจะรู้สึก พิลึกๆ ได้ “อิอิ”

  5. ลั้ล ลัล ลา สวัสดิ์เจ้าค่ะ

    วันนี้เสร็จงานตั้งแต่บ่ายสอง ข้าพเจ้าเลยขออนุญาตนายนอนกลางวันในออฟฟิศ
    ผลปรากฏโดนนายไล่ออก เอ๊ย! ไม่ใช่ไล่กลับมานอนบ้านเจ้าค่ะ
    ทุกคนในออฟฟิศไม่รอช้า เก็บข้าวเก็บของ ปิดคอมฯ ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที หายเกลี้ยงทั้งแผนก (เหลือเจ้านายอยู่คนเดียว งานไม่เสร็จ อิอิ)

    ท่านดิน

    ข้าพเจ้าทราบว่าท่านเสียใจที่สหายรักของท่านเลิกเขียนหนังสือ
    ทุกครั้งที่ข้าพเจ้ามีโอกาสได้คุยกับท่านอ้าย ข้าพเจ้าจะถามท่านอ้ายเสมอว่ายังเขียนหนังสืออยู่หรือเปล่า ท่านอ้ายตอบว่ายังเขียนอยู่ตลอด แต่ไม่ได้นำมาโพสท์เพราะไม่มีเวลาใช้อินเทอร์เน็ต และไม่ได้ส่งไปสำนักพิมพ์ไหนเพราะรู้สึกว่าตนยังเขียนไม่ดีพอ

    ถ้าเป็นจริงดังที่ท่านอ้ายพูด นับว่าท่านอ้ายมีความสุขในการเขียนหนังสือมากกว่าพวกเราเสียอีก ท่านอ้ายขอแค่ได้เขียน (ซึ่งก็เขียนทิ้งเขียนขว้างเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่เคยเก็บต้นฉบับไว้เลย) ไม่จำเป็นต้องมีคนมาอ่านหรือมาชื่นชม

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำทั้งเรื่อง tag และคอมเม้นท์ในส่วน “ชาวโรมัน” เจ้าค่ะ
    เผอิญภาษาอิตาเลียน ชาวโรมันก็เขียน romano คนโรม ก็เขียน romano เหมือนกัน ข้าพเจ้าก็ตีขลุมใช้คำเดียวกันนี่แหละเจ้าค่ะ เพราะคนโรมปัจจุบันไม่ใช่คนสร้างกรุงโรม แต่เป็นบรรพบุรษพวกเขาต่างหาก

    สวัสดีเจ้าค่ะท่านพี่โจ

    เออ..นั่นสิ ถ้าคนสวิสตอบแบบนั้น ไม่รู้ไกด์อิตาเลียนจะตอบว่ายังไงเนอะ

    วิดวิ้วสวัสดิเจ้าค่ะคุณอัมโปะ

    งานยุ่งอยู่หรือเปล่าเอ่ย น่าฉงฉานจริงๆ อิอิ

    ข้าพเจ้าทราบเจ้าค่ะว่าคุณอัมโปะไม่ได้ตั้งใจจะว่าข้าพเจ้าทำไม่ดีที่นำเรื่องส่วนตัวมาเขียนลงในบล็อก แต่จากความคิดเห็นของคุณอัมโปะทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าต่อไปต้องเพิ่มความระมัดระวังในการรักษาสมดุลระหว่าง “ส่วนตัว” กับ “สาธารณะ” ให้มากขึ้น เพราะคนที่เข้ามาอ่านไม่ได้มีแต่พวกท่าน (ข้าพเจ้าเห็นมีแต่พวกท่านเขียนคอมเม้นท์เลยลืมตัวไป นึกว่าไม่มีคนนอกเข้ามาอ่าน)

    อืมม์…ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ข้าพเจ้าขอตัวไปนอนกลางวันก่อนล่ะ
    คร่อกกกกกกฟี้ zzzzzz

  6. บ๊ะ! ท่านย่าที่เคารพบูชา!
    เห็นทีเรื่องโรมาโน่เนี่ยต้องคุยกันให้รู้ดำรู้แดงเสียแย้ววว

    ไม่มีทางเลี่ยงใช้ชื่ออื่นเลยหรือขอรับ?

    คำ ‘ชาวโรมัน’ เป็นที่รู้กันว่าหมายถึงชนชาติเรืองอำนาจในอดีต
    หากใช้คำเดียวกันมิทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือขะรับ? (ภาษาต้นฉบับเป็นคำเดียวกันนั่นเป็นเรื่องของภาษาที่เข้าใจกันในประเทศ น่าจะเป็นหน้าที่ของนักแปลที่จะทำความชัดเจนเรื่องนี้..หรือเปล่าหว่าขะรับ?)

    คนที่อาศัยในกรุงโรมในปัจจุบัน เรียกชาวโรมเฉย ๆ ได้ไหม?

    คารวะ

  7. ผมรู้แต่ว่า โรมา หมาป่าแห่งกรุงโรม

    AC ROMA

    ใครอนุญาตให้ท่านมาหอมคอกระผมเหอออออออ

    จั๊กจี้ หยึ๋ยยยย

  8. โรมันหรือโรมก็ช่างมันเถอะท่าน ตอนนี้ข้าพเจ้าง่วงนอน ขี้เกียจคิด เหอ เหอ
    นึกเสียว่าแปลให้สหายอ่านเล่น อย่าซีเรียส เดี๋ยวแก่เร็วนาจะบอกให้

    ท่านพี่ถูกหมาป่าหอมคอ ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่าหว่า?
    เรื่องแปลเพลงภาษาปะกิต ข้าพเจ้าเพิ่งแต่งได้แค่สองบท (วันละบท แหะ แหะ)
    แปลเสร็จจะส่งไปกำนัลถึงที่บล็อกเจ้าค่ะ

  9. สวัสดีพี่ค่ะพี่หนิง และ หนุ่ม(เหลือน้อย)ทุกท่าน

    มาปู่เสื่อคุยอะไรกัน ไม่ได้แวบมานาน พี่เราถูกรุมตอมใหญ่เลย😉

    ว่าเรื่องเจ้าไกด์นำเที่ยวก่อน รู้สึกว่า นิสัยไหลลื่นแบบนี้ ไกด์ประเทศไหนก็เป็นเหมือนกันหมดนะเนี้ย แต่อ่านแล้วนึกถึง ช่วงที่ตัวเอง ทำงานแบบนี้เหมือนกันค่ะ
    มุขนี้น่าสนๆ อย่างน้อยก็เอาไปกัดพวกลุกทัวร์ที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางได้ อิ อิ

    ***

    นอกเรื่องนะพี่

    วันนั้นดูรายการที่เค้าพูดเกี่ยวกับอาการปวดหลังแล้วนึกถึงพี่ขึ้นมา
    เค้าบอกว่า โรคปวดหลัง เป็นเรื่องธรรมดา ที่พออายุมากว่า 30 ต้องเป็นกันทุกคน
    อย่างไร ก็ต้องดื่มนม กินแคลเซียมเป้นประจำ ยังไงกระดูกของเรามันต้องเสื่อม
    ตอนแรกน่าก้ไม่เชื่อ คนเรานี้เตี้ยลงได้ด้วยค่ะ จากภาวะเหล่านี้

    ถ้าพี่หนิงปวดบ่อยๆ น่าจะมีนิสัยจากการนั่งหรือเปล่าคะ?ที่เค้าเรียกว่า officerism แต่ก็ถือว่าเข้าเคสที่มีประวัติไม่น่ากลัวอะไร แค่ต้องปรับเปลี่ยนนิสัยในการนั่งให้ตรงๆ คนที่น่ากลัวคือ ไม่มีประวัติอะไรแล้วอยู่ดีๆปวดน่ะค่ะ
    แล้วก็เรื่องโยคะ พี่ระวังด้วยนะ เค้าบอกว่า บางท่าไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรังน่ะจ้า

    เข้ามาโม้บอกพี่ เพราะน่าก็เริ่มจะมีอาการ แล้วเหมือนกัน
    (เริ่มเป็นสาวเหลือน้อยแย้ว)

    ***

    เท่านี้ก่อนแหละ เดี๋ยวว่างๆมาใหม่เน้อ

    คิดถึงค่า

  10. ขอบใจมากจ้ะนีน่าที่ส่งข่าวคราวมาบอกให้
    อาการปวดหลังของพี่มีสาเหตุจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์อย่างหักโหมติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี

    ส่วนการทำโยคะนั้น ไม่ต้องเป็นห่วงจ้ะ
    พี่ไปเรียนกับครูซึ่งมีจิตเมตตาให้ลูกศิษย์ทุกคนมีสุขภาพดี
    ท่านจะดูร่างกายของแต่ละคนว่ามีปัญหาในส่วนไหนบ้าง แล้วค่อยแก้ไขไปทีละจุด
    ท่าไหนทำแล้วอันตรายท่านจะไม่ให้ทำเป็นอันขาด ส่วนการฝึกก็เริ่มจากการฝึกท่าพื้นฐานง่ายๆ ก่อน เมื่อทำได้คล่องแล้วจึงให้ทำท่าต่อๆ ไป

    อย่างไรก็ขอบใจมากจ้ะที่เป็นห่วงสุขภาพพี่
    คำเตือนเรื่องกระดูกเสื่อมมีประโยชน์มากจริงๆ จ้ะ
    พี่จะได้เริ่มดื่มนมตั้งแต่บัดนี้ไป

    ดูแลสุขภาพเช่นกันจ้ะ

  11. นอคอยด้วยใจระทึก

    แล้วจะส่งเพลงอื่ น ๆ ตามไป

    สบาย ๆ นะครับ

  12. ท่านย่า ท่านอัมขะรับ

    ผู้น้อยขอนำวิวาทะเรื่องคณิตควอนตัมไปทำย่าหลานบานตะไทบ้านหนอนนะขะรับ
    ข้าพเจ้าตัดต่อโดยเริ่มที่ท่านอัมแว่บงาน โดยละเรื่องเจสัน บอร์นซึ่งมีพี่สองร่วมสำแดงด้วย(โดยเสียดาย) แต่เพราะเห็นว่า เป็นเรื่องก้ำกึ่งส่วนตัวสาธารณะเกรงท่านย่าจะไม่สะดวกใจ

    ประเด็นคณิตควอนตัมน่าจะมีประโยชน์ในวงกว้าง

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ

    คารวะ
    หลานดิลล์

  13. จะห้ามก็ห้ามไม่ทันซะแล้ว เฮ้อ…คนแก่อะไร้ ใจเร็วมือเร็ว

    ท่านพี่

    อย่าคาดหวังมากนะเจ้าคะ กลอนอาจไม่เหลือเค้าเดิมเลย กลิ่นนมกลิ่นเนยไม่มีเหลือ เหม็นสาบปลาร้าคลุ้งไปหมด คงอีกหลายวันเจ้าค่ะกว่าจะแต่งเสร็จเพราะช่วงนี้ข้าพเจ้ากำลังอ่านหนังสือติดพันอยู่หลายเล่ม วันนี้ได้ใหม่มาอีกหนึ่งเล่ม งานแปลของตัวเองก็แทบไม่คืบหน้าเลย ง่วงนอนเจ้าค่ะ ตอนเช้าตื่นมาแปลงานไม่ค่อยไหว จะแปลตอนกลางคืนก็เหนื่อย สมองไม่ค่อยแล่น

    ป.ล. นานๆ ทีก็พอไหวเจ้าค่ะ บ่อยๆ ก็ไม่เอาเหมือนกัน ไม่รู้เหรอว่าภาษาปะกิตกับข้าพเจ้าน่ะไม่ค่อยกินเส้นกัลล์ ดีไม่ดีท่านพี่จะฟุดฟิดฟอไฟเก่งกว่าข้าพเจ้าเสียอีก

  14. way back into love

  15. ส่งการบ้านอีกเพลงใช่ไหมพี่ทั่น ฮา ฮา


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: