Posted by: ningnung | December 17, 2007

มนุษย์คือใคร

hunlaika.jpg
Chi e’ uomo

Con un gran frullo d’ali
dal campo, spaventati,
i passerotti in frotta
al nido son rivolati.

Raccontano ora al nonno
la terribile avventura:
-C’era un uomo! Ci ha fatto
un bella paura.

Peccato per quei chichi
sepolti appena ieri.
Ma con quell’ uomo… Ah, nonno,
scappavi anche tu, se c’eri.

Grande grande, grosso grosso,
un cappellaccio in testa,
stava li’ certamente
per farci la festa…

– E che faceva?- Niente.
Che mai doveva fare?
Con quelle braccia larghe
era brutto da guardare.

-Non lavorava? – O via,
te l’abbiamo gia ditto.
Stava ritto tra I solchi
con aria di dispetto…

– Uno spaventapasseri,
Ecco cos’era, allora!

Non sapevate che
non e’un uomo chi non lavora?

มนุษย์คือใคร

ขยับปีกบินสู่ท้อง………………..นภา
คืนกลับรังจำลา………………….ทุ่งกว้าง
ตื่นตระหนกบินถลา………………ฝูงนกกระจอกเอย
ยังหนุ่มจึงอ่อนบ้าง……………….นิดน้อย ประสบการณ์

บอกเล่าด้วยตื่นเต้น………………ตกใจ
ให้ปู่ฟังถึงภัย…………………….ขยาดล้ำ
เจอะมนุษย์! บ่เหลวไหล………….ฟังก่อน
กลัวจะถูกขม้ำ…………………..แทบสิ้น สมประดี

แสนเสียดายเมล็ดข้าว……………พราวดิน
หล่นร่วงน่าจิกกิน………………..อิ่มท้อง
กับมนุษย์แค่ได้ยิน……………….เพียงชื่อ
ปู่ก็ปู่เถิดต้อง…………………….รีบแจ้น หนีไกล

ตัวใหญ่ๆ อ้วนๆ ………………….อยู่นา
มีหมวกหนึ่งใบมา…………………ครอบไว้
อยู่ที่นั่นนั้นหนา…………………..เชื่อแน่
เพื่อจัดงานเลี้ยงให้………………..ครึกครื้น บันเทิง

ทำสิ่งใดอยู่มั้ย?…………………..เปล่าเลย
แขนแผ่กางอยู่เฉย………………..เกลียดจ้อง
งานการ บ่ คิดเคย…………………ทำหรอก สูนา
คอยแต่จะขุ่นข้อง…………………เดือดร้อน รังแก

ปู่เคยบอกพวกเจ้า…………………หลายครา
มันคือหุ่นไล่กา……………………ท่องไว้
ยืน บ่ ขยับแขนขา…………………กลางทุ่ง
หากใช่มนุษย์ไซร้…………………ย่อมต้อง ทำงาน

*****
ผู้เขียน: Gianni Rodari
ภาพประกอบ: Francesco Altan
ชื่อเรื่อง: Il secondo libro delle filastrocche
ผู้ถอดความ: Nungning


Responses

  1. นิ่งสงบกลางทุ่งกว้าง………………….นั่นแล
    ยามโยกลมพัดแผ่……………………..จึ่งคล้าย
    บินเฉี่ยวโฉบแทบแย่………………….ใจวาย
    มนุษย์ปลอมยังร้าย……………………แทบสิ้น ชีวี

    แฮ่! ซาหวัดดีจ้า
    สบายดีบ่ พี่สาว

  2. ☉ฟังดูคงส่อเค้า…..ตูข้า
    ดูท่าหุ่นไล่กา………แม่นแล้ว
    วันวันไม่ทำมา……..หากิน สักกิ๊ก
    เอาแต่ก้มหน้าแน่ว..ไส้แกล่ว เขียนนิยาย ฯ

    เห็นป้าโคโผล่อย่างนี้ค่อยสบายใจนะขอรับ!

    คารวะ

  3. ทำงาน ทำงาน……. ทำงาน
    ทำงาน นอนหลับ…… ทำงาน
    นอนหลับ ทำงาน….. นอนหลับ
    นอนหลับ นอนหลับ….. นอนหลับ

    นอนหลับ นอนหลับ….. นอนหลับ
    นอนหลับ ทำงาน….. นอนหลับ
    ทำงาน นอนหลับ…… ทำงาน
    ทำงาน ทำงาน……. ทำงาน

    ปล. ด้วยสมองน้อยๆ ข้าพเจ้ามาทำสวนท่านรกอีกเช่นเคยเจ้าค่ะ ^^
    ฝากท่านปัดกวาด หากมันไม่เวิร์ค

    บทแปลของท่านนั้น น่ารัก
    ดูแล้วคลังคำภาษาไทย ของท่าน น่าจะมีมากโข (ฮู่ ดีจริง)

    สุขสันต์วันอังคารเจ้าค่ะ ^^

  4. ก่อนอื่นขอขอบคุณคุณอัมโปะมากเจ้าค่ะสำหรับ header น่ารักๆ ที่แสนจะเหมาะกับเจ้าของบล็อกน่ารักๆ เช่นข้าพเจ้า (ฮี่ ฮี่) อุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนวาดให้ตั้งสามรูป ขอบคุณจริงๆ เจ้าค่ะ อีกสองรูปข้าพเจ้าขอเก็บไว้ในสต็อกก่อน เอาไว้เบื่อๆ ค่อยนำมาเปลี่ยน

    หวัดดีจ้ะปอล์

    ได้รับโปสการ์ดแล้วจ้ะ เที่ยวบ่อยจริงนะระยะนี้ แล้วอย่าบ่นเหมือนพี่ล่ะว่าตังค์หมด

    ช่วงนี้สมองพี่มึนตึ้บ นอนดึก พักผ่อนน้อย (เมื่อคืนก็ไม่ได้กลับมานอนบ้าน) ทั้งงานราษฎร์งานหลวงประดังประเดเข้ามาอย่างกับ ส.ส. ช่วงหาเสียง หลังเลือกตั้งไปคงมีเวลาได้หายใจหายคอบ้าง ฮ่า ฮ่า

    ปีใหม่ถ้าไม่ได้ไปไหน มากินส้มตำกันนะ อ้ายพุ่มเขาเรียกร้อง

    ทรุดโทรมสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านดิน

    ระยะนี้ไม่ค่อยได้ไปเยือนท่านที่กระท่อม ลำพังบล็อกตัวเองก็จะเอาไม่รอดแล้ว
    สามวันอัพที หนักใช่เล่นเจ้าค่ะ ข้าพเจ้าแปลงานแทบไม่ทัน ไม่มีเวลาได้เกลาเลย ตำข้าวสารกรอกหม้อไปวันๆ
    แถมอาทิตย์นี้ออกงานเป็นว่าเล่น คนนู้นคนนี้เชิญไปดินเนอร์(ฟรี) วันพฤหัสฯ ก็ต้องไปดินเนอร์ที่พัทยา (อิอิ พูดให้อิจฉาเล่น) ไม่รู้จะมีเวลาโพสท์งานหรือเปล่า ถ้าแวะมาแล้วเจ้าของสวนไม่อยู่ก็ไม่ต้องเคาะประตูเรียกนะเจ้าคะ เพราะคงกลับดึก

    หวัดดีค่ะคุณแพท

    แหม… รกเริกอะไรกัน
    ข้าพเจ้าดีใจล่ะสิไม่ว่าที่คุณแพทหาโมบายมาแขวนกิ่งไม้ในสวนให้ ดังกรุ๋งกริ๋งน่ารักดี

    เรื่องคลังคำไม่รู้เหมือนกันเจ้าค่ะว่าตัวเองมีเยอะไหม
    แปลไปเรื่อยเปื่อยเจ้าค่ะ บางคำคิดอยู่นานเหมือนกันว่าต้องใช้คำว่าอะไรจึงจะตรงความหมายมากที่สุด

    แล้วแวะมาเยี่ยมกันใหม่นะเจ้าคะ วันนี้ข้าพเจ้าขอตัวมุดมุ้งแต่หัวค่ำ สมองไม่สั่งการแล้ววววววววว

  5. ก่อนอื่นต้อง….ชะว้าวววววววว!!!!!!

    ปรับแต่งสวนใหม่ น่ารัก (สวนนะ อย่าเข้าใจผิดเป็นอันขาด อิอิ)

    เพิ่งสังเกต–อันที่มาของสวนอักษร มีความหมายสองนัยยะ

    ๑. สถานศึกษาของท่านเจ้าของสวน

    ๒. สวนที่ปลูกอักษรแทนพรรณไม้นานาพันธุ์

    ๓. สวนทาง ทวนกระแสะสถาบันของท่าน

    ผมว่า เจ้าของสวนนี้เขียน-ปลูกดีกว่า “เด็ฏสวน” ที่ยึดขนบเดิม ๆ ดี

    ผมว่า จิตเขาว่า ประทีปฯก็ว่า อิอิอิ

    ไฉไลเป็นบ้า!!!!

  6. อืมๆ ท่านจิตติ เข้าใจคิด
    คราวหน้าวาดเป็นรูปคุณหนุงหนิงปล่อยหมัดสวนไปที่ตัวอักษรให้แตกกระจายเลยน่าจะดี อิอิอิ

  7. สวัสดีเจ้าค่ะท่านพี่

    ตอนข้าพเจ้าตั้งชื่อสวนอักษร ในใจคิดถึงเพียงแค่สองความหมายแรกที่ท่านพี่ตีความไว้ ส่วนความหมายที่สาม โอ้ว… ถึงขั้นนั้นเชียวหรือเจ้าคะ ^^

    เด็กสายศิลป์ (โดยเฉพาะศิลป์ภาษา) ถูกปลูกฝังมาให้ “ท่องจำ” ทุกอย่างต้องตรงตามตำราเป๊ะๆ ไม่อย่างนั้นก็สอบตก เช่น ตอนเรียนมัธยม เวลาเราเรียนภาษาไทย เราก็ต้องนั่งท่องว่าคำไหนเขียนถูกคำไหนเขียนผิด อ่านออกเสียงอย่างไร เขียนแบบนี้กำกวมไหม ถูกต้องตามหลักภาษาไทยหรือเปล่าฯลฯ เวลาเรียนภาษาต่างประเทศ เราก็ต้องท่องศัพท์ เรียนไวยากรณ์

    ท่านพี่ลองนึกดูว่าภาษาอิตาเลียนทั้งคำนาม คุณศัพท์ คำกริยาต้องผันตามประธาน ตามเพศ และพจน์ คำนามทุกตัวในโลกมีเพศหมด เช่น รถยนต์เพศหญิง บ้านเพศหญิง โทรศัพท์เพศชาย

    คำนามบางคำเปลี่ยนแค่คำลงท้าย เปลียนทั้งเพศและพจน์ อย่างเช่นคำว่า
    ragazzo หมายถึง เด็กผู้ชาย
    ragazza หมายถึง เด็กผู้หญิง
    ragazzi หมายถึง เด็กผู้ชายหลายคน
    ragazze หมายถึง เด็กผู้หญิงหลายคน

    คำกริยาเมื่อใช้กับประธานแตกต่างกันก็เขียนแตกต่างกัน เช่น V.to be ในภาษาอิตาเลียนเมื่อผันตามประธาน “ฉัน” ใช้ sono “เธอ” ใช้ sei “เขา/เธอ” ใช้ e’
    ดังนั้นเราจึงหนีการท่องจำไม่พ้นเจ้าค่ะ

    เด็กสายศิลป์เลยค่อนข้างจะยึดติดกับ “กรอบ” และ “ขนบ” ทางภาษาเพราะเราถูกปลูกฝังมาเช่นนี้ ขอท่านพี่เข้าใจพวกเขา (รวมถึงข้าพเจ้า) ด้วยเถิด

    อย่างไรก็ขอขอบคุณที่ท่านพี่เห็นข้าพเจ้าเป็นพวกชอบแหกคอก
    คงต้องแหกแบบค่อยเป็นค่อยไปเจ้าค่ะ เพราะข้าพเจ้าเองก็อยู่คอกมานานจนชิน
    จะออกจากคอกก็คงมีกล้าๆ กลัวๆ บ้าง แล้วจะพยายามแหกไปให้สำเร็จเจ้าค่ะ

    หวัดดีเจ้าค่ะคุณอัมโปะ

    เห็นข้าพเจ้าเป็นพวกชอบบู๊ไปได้ คงไม่ต้องปล่อยหมัดสวนหรอกเจ้าค่ะ
    แค่ด่าก็เตลิดเปิดเปิงแล้ว ฮ่า ฮ่า

  8. อ๋อ รับทราบขะรับ

    ผมไม่มีอคติอยู่แล้ว แต่เป็นเพียงสิ่งที่สังเกตุขะรับ

    อย่ายที่เคยคุยกับท่านว่า เอ…คนสวนไม่เป็นเขียนงานแบบเรื่องสั้น เรื่องยาว หรือบทกวี (มีบ้าง-แต่น้อย)

    อย่างไรก็ตาม การผันเขียนตำราวิชาการ ก็เป็นสิ่งดี โดยเฉพาะการแปลหนังสือ งานวรรณกรรมต่างประเทศ (เช่นคุณอำพรรณ โอตระกูล คุณงามพรรณฯ ฯลฯ)

    เป็นคุณูปการสำหรับคนเช่นผมที่มิมีความสามารถอ่าน…

    อย่างไรก็ดี… หากแปลแล้วก็ควรจะให้มีความเป็นสำนวนไทย บางท่านเล่นแปลดื้อ อ่านแล้วงง…

    มันต้องควบคู่กันไปด้วย

    เอ้า ชอชมรุ่นพีท่านเสียหน่อย คือ คุณจีระนันท์ พิตรปรีชา นั่นน่ะ แปลบทภาพยนร์กี่เรื่อง ๆ ก็เข้าใจง่าย…

    ไม่เหมือนเด็กมัธยมที่รับจ้างแปลซับฯหนังซูม…

    How do you have sex in a week?
    สัปดาห์หนึ่งคุณทั้งคู่มีกี่เพศ?

    (จากเรื่อง Mr. and Mrs. Smith-ฉบับแอบซูม)

    โอเคนะครับ ซิณยอริต้าหนุงหนิง

    ด้วยมิตรภาพ–

  9. คนส่วนใหญ่มักคาดหวังกับเด็กอักษรฯ ว่าน่าจะเขียนนวนิยาย เรื่องสั้น บทกวีเก่ง
    แต่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรอกเจ้าค่ะ

    ตอนสมัยข้าพเจ้าเรียน (ข้าพเจ้าไม่รู้ว่าสมัยก่อนและสมัยนี้เป็นอย่างไร)
    เกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์คือการเรียนภาษาต่างประเทศ
    ในชั้นปีที่หนึ่งเราเรียนวิชาพื้นฐานทั่วๆ ไป เช่น การใช้ภาษาไทย วรรณคดีไทย อารยธรรมไทย-ตะวันออก-ตะวันตก ศาสนา คณิตศาสตร์ทั่วไป ภาษาอังกฤษ ฯลฯ

    (ส่วนในการเรียนวิชาวรรณคดีไทยก็เน้นการอ่านวิเคราะห์ วิจารณ์ ไม่ใช่เรียนการเขียนเรื่องสั้น นวนิยาย บทกวี อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ)

    พอขึ้นปีหนึ่งเทอมสอง เราต้องเลือกวิชาเอกวิชาโทกันแล้ว ซึ่งเด็กอักษรส่วนใหญ่มักเลือกเรียนสาขาวิชาภาษาต่างประเทศเป็นวิชาเอก-โท มากกว่าสาขาวิชาอื่นๆ (เช่น บรรณารักษ์ ประวิติศาสตร์ การละครฯลฯ)

    การเรียนภาษาต่างประเทศนอกจากต้องเรียนไวยากรณ์ (รวมถึงการฟัง-พูด-อ่าน-เขียนภาษานั้นๆ) ยังต้องเรียนวัฒนธรรม เช่น ดนตรี ศิลปะ วรรณกรรม วิถีชีวิตของคนภาษานั้นๆ ด้วย

    ดังนั้นถ้าใครไม่ได้เรียนเอกภาษาไทย ก็จะไม่ได้เรียนวิชาภาษาไทย (หรือแม้กระทั่งวิชาที่สอนและตอบข้อสอบเป็นภาษาไทย) อีกเลยเจ้าค่ะ ยกเว้นแต่ว่าสนใจลงทะเบียนเรียนเป็นวิชาเลือกเสรี

    ข้าพเจ้าเรียนเอกภาษาอิตาเลียน โทภาษาอังกฤษ (เทอมสุดท้ายเรียนแต่วิชาภาษาอิตาเลียน)
    ตอนเรียนจบข้าพเจ้าแทบลืมการเขียนภาษาไทยไปเลย เพราะไม่มีโอกาสได้ใช้
    ข้าพเจ้าว่าเด็กอักษรหลังเรียนจบถ้ายังอ่านภาษาไทยแตก เขียนสะกดถูกก็นับว่าดีแล้ว อย่าไปนึกถึงเรื่องเขียนดีเขียนเด่นอะไรเลยเจ้าค่ะ
    ส่วนใครแต่งกลอนเก่ง เขียนนวนิยาย เรื่องสั้นได้ อันนั้นถือเป็นคุณสมบัติเฉพาะบุคคล ต้องหัดเขียนและฝึกฝนกันเอาเอง

    ส่วนการแปลมีสอนในหลักสูตรเจ้าค่ะ มีตั้งแต่การแปลเบื้องต้นจนถึงขั้นแอ๊ดว้านซ์
    ข้าพเจ้าลงทะเบียนเรียนดะไปหมดทั้งการแปลอังกฤษ-ไทย ไทย-อังกฤษ อิตาเลียน-ไทย ไทย-อิตาเลียน ที่เรียนไม่ใช่อะไร เพราะขี้เกียจอ่านหนังสือเจ้าค่ะ

    ข้าพเจ้าว่าการแปลจากภาษาอื่นเป็นภาษาไทยยากกว่าแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาอื่นเจ้าค่ะ (สังเกตจากเกรดที่ได้) แสดงว่าภาษาไทยเรานี้ยากจริงๆ

    โม้มานานชักหิว
    ขอตัวไปเติมไขมันหน้าท้องก่อนล่ะ

    ป.ล. เวลาท่านพี่เขียนคอมเม้นท์ จะรีบไปไหนหรือเจ้าคะ พิมพ์ผิดบ่อยจัง บางทีทำเอาข้าพเจ้าอ่านไม่รู้เรื่อง เอ๊ะ! หรือว่าข้าพเจ้าอ่านภาษาไทยไม่แตก แหะ แหะ

  10. โห! ท่านอัมเขียนเฮดเดอร์ให้!
    อิจฉา!
    อิจฉา!
    ..
    ..
    สวย เริด ไฉไล หาใดเหมือนเลยขะรับ
    จมูกเหมือนเด๊ะเลยท่านอัม ฮ้า ฮ้า ฮ้า
    ..
    ..
    โว้ว! พี่ท่านโดยตีศอก
    เดี๋ยวก่อนคลิกข้าพเจ้าทานอีกสักรอบ วุ้ย!

    คารวะ

  11. เหมือนจริงหรือขอรับ

    ข้าพเจ้าลืมวาดรูจมูกขอรับ

    หายใจไงหว่า??…

  12. ว่าแต่ไยกลับมาธีมนี้ล่ะขอรับ?
    ธีมนี้กว้างเกินไป ตัวอักษรเล็ก
    เวลาอ่านต้องลากสายตานานเหนื่อย

    ไม่เหมือนธีมเก่า
    สีนวลตา ขนาดพอเหมาะ

    คารวะ

  13. สำรวจตรวจตราดู มีตกหล่นสี่คำ

    อย่าย – อย่าง

    สังเกตุ – สังเกต

    รุ่นพี – รุ่นพี่

    ภาพยนร์ – ภาพยนตร์

    หมายเหตุ หาได้รีบแต่อย่างไรดอกขอรับ กลัวความคิดที่จะตอบมันหนีหาย เลยต้องคว้าไว้อย่างโดยเร็ว…

  14. ฮ่า ฮ่า ฮ่า
    หายใจทางปาก
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า
    ออกมาเป็นผรุสวาท
    ฮ่า ฮ่า ฮ่า
    ..
    ..
    อุ้ย! ไปล่ะเดี๋ยวโดนตะบันหมากบิน

    คารวะ

  15. วุ้ย !! ไปด้วยขอรับ
    ข้าพเจ้าก็กลัวหัวร้างข้างแตกเหมือนกัน นา~ขอรับ

    ให้ท่าน อานันท์ อยู่รับคนเดียวก็แล้วกัน อิอิ

  16. อ้าว! พี่ท่านก็อยู่เรอะ?
    สวนใหม่ไฉไลน่านั่งเล่นจริง..พี่ท่านว่าไหม?
    ..
    ..
    รูปปก..เรื่องราว ไปในทางเดียวกันจนคล้ายหนังสือเล่มหนึ่ง
    นับว่าสมอารมณ์ผู้น้อยนัก
    ..
    ..
    เห็นร้านหนังสือพี่ท่าน เห็นสวนอักษรท่านย่าน่ารักน่านอนอ่านหนังสือเล่นอย่างนี้แล้วมีความสุขนัก ไม่รู้ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น คงต้องหาจังหวะนั่งแจกแจงอารมณ์ดูสักหน่อย

    เห็นแล้วอยากไปอัพเกรดกระต๊อบโกโรโกโสบ้าง

    อืมม์…

    ตัวอักษรน่ารัก
    เรื่องราวเบา ๆ
    รูปปก
    สี
    อารมณ์
    ..
    ..
    นั่นไงพี่ท่าน

    เอกภาพ!

    ใช่ไหม?
    ใช่ไหม?

    นับว่าสวนท่านย่ามาถึงจังหวะที่ลงตัวแล้ว
    ในฐานะคนอ่าน(ที่โดนทารุณพิศะสุนทรียะด้วยเฮดเดอร์ตัวอักษรล้วนมานาน)ขอบคุณท่านอัมไว้เป็นอย่างสูงขะรับ

    คารวะ

  17. ดีกว่ารัฐบาลเต่า…

    จริงไหมขะรับพี่ท่าน

    ใครว่าเต่า…

    ไม่ร้อก…ตะพายตะหาก

    ไปละ หลบขันด้วย ฟิ้ว!

  18. (ไอ้ที่พิมพ์ผิดนะ เพราะรีบหลบขันเชี่นหมาก)

  19. หนอยแน่! มาว่าข้าพเจ้าหายใจทางปาก เดี๋ยวอมหัวเสียหรอก

    อุ๊ อุ๊ ไม่ต้องอิจฉามากดอกท่านดิน
    คนเรามันน่ารักต่างกัน (แม้จะไม่มีรูจมูกก็เถอะ ฮา)
    อีกไม่นานคงต้องให้คุณอัมโปะวาดให้ใหม่แล้วล่ะ เพราะตอนนี้ข้าพเจ้ากำลังกลับไปไว้ผมยาว อยากกลับไปเป็นสาวหวาน (คราวหน้าขอเฮดเดอร์ที่เหมาะกับคนสวยหวานนะคุณอัมโปะ อิอิ)

    ตอนขอให้คุณอัมโปะวาดเฮดเดอร์ให้ ข้าพเจ้านั่งลุ้นอยู่ว่าคุณอัมโปะจะวาดเฮดเดอร์ออกมาแบบไหน แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าคุณอัมโปะน่าจะเอางานเขียนบวกกับบุคลิกของข้าพเจ้าใส่ลงไปในเฮดเดอร์ พอเห็นเฮดเดอร์ ข้าพเจ้าไม่ผิดหวังเลยเจ้าค่ะ
    สวนอักษรแห่งนี้เป็นตัวตนของข้าพเจ้าจริงๆ

    ข้าพเจ้ากลับมาใช้ธีมนี้เพราะชอบพื้นสีขาว ชอบคอลัมน์ด้านข้างที่มีพื้นสีเทาแยกเป็นสัดส่วนเห็นชัดเจน ดูสะอาดตาและเป็นระเบียบดี

    ส่วนคนอ่านจะอ่านแล้วตาเข ตาเหล่ ตาเสีย ก็เป็นเรื่องของคนอ่าน (ฮา)
    ทนๆ ไปก่อนแล้วกันนะท่าน เอาไว้วันไหนข้าพเจ้าเบื่อจะเปลี่ยนธีมให้

    หวัดดีเจ้าค่ะท่านพี่
    ไม่ต้องหนีไปหลบในพุ่มไม้อย่างนั้นหรอก
    ข้าพเจ้าให้อภัยแล้ว กลับมาเถอะ

    ดูสิ รีบหนีเสียจนพิมพ์เชี่ยนหมากผิดอีกแล้ว อิอิ

  20. มาชี้แจงอีกสักกะติด เนื่องจากขณะที่เขียนนี้กระผมออฟไลน์ไปแล้ว

    การแสดงความเห็นที่มักมีคำผิดตกหล่น (โดยมิได้เจตนา) นั้นเนื่องจากกระผมนั้นเป็นโรคชนิดหนึ่ง คือ–

    ตั้งแต่ใช้อินเตอร์เน็ตนับแต่วันแรกเกือบสิบปีมาแล้ว (ตั้งแต่ระบบไฮ-สะป่งสะปี๊ดนั้นยังไม่มี) คือต้องซื้อชั่วโมงแบบแพคเกจ

    ท่านคงทราบว่าระหว่างที่ใช้งานนั้นชั่วโมงมันจะหมดไปเรื่อย ๆ เหมือนโทรศัพท์ กระผมก็วิตกจริตสิว่า ยื่งต้วมเตี้ยม ๆ เวลาเน็ตก็หมด–มันแพงขอรับในห้วงยามนั้น เนื่องจากยังไม่มีไอเอสพีแข่งขันกันมาก

    ทีนี้มันลามมาถึงวันนี้ ยิ่งตอบอะไรสด ๆ มันจึงต้องรีบ แต่นั่นมิได้หมายความว่าความคิดมันจะด้อยไปตามความเร็ว มันยังคงที่ พิมพ์ให้เร็วเท่าใจคิด อ่านทวนแล้วก็ยังพบเห็นคำผิด อ่านทวนได้สองครั้ง ก็ยังมีที่ผิด

    (ขอท่านจงโปรดอภัยและ ละเลย มองข้ามข้อบกพร่องนี้ไปเสีย เพราะนี่คือการบกพร่องโดยสุจริต อย่างจริงแท้และแน่นอน!)

    ต่างจากบทความที่ลงในบล็อกและสำนักหนอนสนทนา เพราะนั่นคือการเขียนก่อน ตรวจแล้วตรวจอีกอย่างมีเวลามากพอ จึงลงอย่างขาดตกบกพร่องน้อยถึงน้อยที่สุด

    อา….ววววว บอกแล้ว ผมเป็นโรคดังกล่าวเรื้อรัง

    หากเป็นแบบไฮ-สะปี๊ดก็ไม่แน่ว่าอาการนี้จะหายหรือไม่ เพราะยังไม่เคยคิดใช้

    มันแพงครับ มันแพง!

    ด้วยสำนึกถึงการใช้งาน กระผมยังมิมีความจำเป็นที่จะต้องเสียเงินเกือบ 600 บาทต่อเดือน

    อย่าให้กระผมต้องเซดเลย แต่ก็ขอสักกะติ๊ดเถอะ มันคันปากยิบ ๆ–

    คนรู้จัก ท่านก็รู้จัก เขาใช้เน็ตแบบไฮสะปี๊ด แต่เขาใช้ทำงานอะไรบ้างหรือท่าน นอกจาก อี้ ๆ อู้ ๆ อ๊า ๆ โหลดเพลง ดูหนัง สารพัดสารเพ เปิดบล็อกทิ้งไว้แล้วก็หายจ้อย บ้านตัวเองไม่ปัดฝุ่นแต่กลับไปพล่านที่บอร์ดอื่น (ย้ำว่า ‘พล่าน’ นะครับ)

    กระผมเข้าไปหวังว่าจะเห็นความคืบหน้าบ้าง ก็เปล่า สองเดือน สามเดือน จนบัดนี้ผมลบมันออกไปจากเฟเวอร์ริทแล้วขอรับ

    คิดจะช่วยรับอาสาโพสต์ก้าวฯหรือก็ไม่เอ่ยปาก ทั้ง ๆ ที่ผม หรือท่าน หรือท่านพอลก็เน้นย้ำว่า คนโพสต์ควรจะใช้ไฮ-สะปี๊ดจึงจะสะดวกมากถึงมาก ก็ยังไม่คิดรับอาสา

    เออ…ช่างปะไร ไม่เอ่ย ไม่รับก็ไม่ว่ากัน เป็นเพียงข้อสงสัยเคลือบแคลงตะแคงรั่วขอรับ

    ก็ดีที่มันได้หยุดก้าว ส่วนใครจะเดินไปทางไหนก็ไป

    อ้อ ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องก้าวฯ กระทาชายนาย LEO เขาจะขอเซ้งชื่อ และทำต่อ มิทราบว่าอ่านหรือยังในบ้านหนอนสนทนา

    ตลกชะมัด! ตลกฉิบ! ตลกเรือใบหาย!

    สมองมันบรรจุด้วยอะไรฟะ!

    เปล่าหวง เปล่าโมโห ทว่าไม่พอใจนิดหน่อยที่มันเล่นขอกันง่าย ๆ แบบนี้ ไม่มีปี่ขลุ่ย กลอง ระนาด ตะโพน

    ผมขอไม่ให้ขอรับ แต่จะขอขาย ส่วนจะเอาไปทำอย่างไร ก็ช่าง เพราะทีมงานไม่ใช่ทีมเดิมแล้ว!

    ขายโลด….อิอิอิอิ EEEEEEE

    ถ้าบอกกับผมต่อหน้าอย่างนี้นะ มีหวังโดนตบ!

    โฮ้ย! ใส่อารมณ์ไปแค่นั้นเองละท่าน หาได้จริงจังหรอก

    บอกแล้วว่ามันคันปาก คัน คัน คัน ยุงบ้ากัดอยู่ได้ วุ๊ย!

    จากเรื่องเด็กสวน ลามมาเรื่องที่มาของเด็กสวน มายังคนไม่ใช่เด็กสวน มายังคนที่เป็นเด็กช่าง….

    (ช่างอะไรเติมเอาตามความชอบใจ-รับกาแฟด้วยมั้ยเคอะ! ครบ 40 บาท ได้แสตมป์นะเคอะ)

    ไปนอนละ ยินดีที่นาน ๆ น๊านจะได้คุยกับท่านยาว ๆ ๆ ๆ ๆ

    ไหน ๆ พื้นที่เปิดกว้างแล้ว ใช้ให้มันเต็มที่ ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เต็มนักหรอก

    ราตรีสวัสดิ์ขะรับซิณยอริต้า
    21 Dec. 07

  21. ฮ่า ฮ่า พี่ท่านระบายซะยาวได้ใจ

    คราวนี้ฟีดไม่ตกหล่นแล้ว
    ใครโม้ที่ไหนข้าพเจ้าปากยาวเข้าสอดได้ตลอด ฮิ ฮิ ฮิ

    คุยเรื่องโพสท์ก้าวฯ ทีไรข้าพเจ้าตะครั่นตะครอทุกทีไป
    นั่นเป็นจุดตันเลยเทียวพี่ท่าน
    คงต้องทำเป็นทีมงานจึงจะเบาแรงในระดับไม่กระทบกระเทือนงานประจำ
    ไม่ก็หาทางออกอื่น

    ดูแลคนเดียวเป็นเรื่องสาหัสจริง ๆ (ไม่เคยได้ยินท่าน Plin อุทร แต่ข้าพเจ้าเกรงใจไปเอง)

    หากมีโอกาสได้คุยกับคนที่รับผิดชอบเรื่องโพสท์ของ Open หรือ ประชาไทคงไม่เลวนะขอรับ อาจได้ทางออกเหมาะ ๆ ดี ๆ

    สดับเรื่องความลำบากลำบนในการคอมเม้นท์แต่ละครั้งสำหรับคนเน็ตช้าจ่ายตังค์อย่างเรา ๆ แล้วก็ให้อุ่นใจว่าไม่ได้มีข้าเจ้าผู้เดียวในโลกาที่แต่ละคอมเม้นท์ต้องซอยยิก ๆ มือสั่นระรัว

    ข้าพเจ้าตอนแพ็คเก็จหมด มันคิดนาทีละบาทขะรับ หากทะลึ่งจิ้มไปสิบนาทีโดนสิบบาท เม้นท์สักห้าที่ห้าสิบบาท สองสามวันก็หมดตัวแล้ว

    เดี๋ยวนี้ข้าพเจ้าปรับปรุงขึ้นอีกนิดหน่อย ลดการใช้ลงดูแลคำผิดมากขึ้น ดีขึ้นไหมซินญอริย่าที่เคารพ

    คารวะ

  22. โครกครากสวัสดิ์เจ้าค่ะ

    อ๋อ…นึกว่าจะรีบไปไหน ที่แท้ก็ปัญหาเรื่องชั่วโมงอินเตอร์เน็ตนี่เอง
    เข้าใจเจ้าค่ะ เข้าใจ

    ข้าพเจ้าเองเวลาจะเขียนตอบอะไรยาวๆ ไม่มีปัญหาเรื่องชั่วโมงอินเตอร์เน็ต แต่มีปัญหาเรื่องเน็ตหลุดเจ้าค่ะ ถ้าหลุด ข้าพเจ้าก็ไม่ต้องรีบแล้วล่ะ พิมพ์ไปเรื่อยๆ พิมพ์เสร็จค่อยเชื่อมต่อใหม่ เสียเงินเพิ่มอีกสามบาท (บางวันติดๆ หลุดๆ สามสี่ครั้ง แต่โดยรวมค่าโทรศัพท์ก็ยังถูกกว่าติดสปีดอินเตอร์เน็ต)

    เรื่องมีคนขอเซ้งกิจการ “ก้าวรอก้าว” ข้าพเจ้าเห็นแล้วเจ้าค่ะ
    ถ้อยคำไม่กี่บรรทัดนั้นแสดงนิสัยบางอย่างของผู้เขียน เห็นแค่ตัวอักษรก็เห็นถึงหัวใจแล้ว
    เป็นตายอย่างไรข้าพเจ้าก็ไม่ยกให้
    สู้เราอาบน้ำยาก้าวฯ ทำเป็นมัมมี่รอวันคืนชีพยังจะดีกว่า

    สำหรับใครบางคนที่ท่านพี่เอ่ยถึง ข้าพเจ้าพอจะเดาออกเจ้าค่ะว่าท่านพี่หมายถึงใคร
    อย่าว่าแต่ท่านพี่คิดเลย ข้าพเจ้าเองก็เคยคิด
    โอ้หนอ…ทำไมคนเราจึงมีเวลาใช้อย่างฟุ่มเฟือยจริงๆ
    แต่เขาคงมีเหตุผลของเขามั้งเจ้าคะ เช่น โพสท์แบบใช้โค้ดไม่เป็น ไม่ถนัดใช้บล็อก ไม่อยากแบกความรับผิดชอบ ฯลฯ

    ยินดีเช่นกันเจ้าค่ะที่มีโอกาสได้คุยยาวๆ แบบนี้กับท่านพี่
    สวนอักษรยินดีต้อนรับซำเหมอ

    ป.ล. สวนฯ นี้หมาไม่ดุนะจ้ะ เจ้าของดุกว่า

    ท่านดิน

    อุ่นใจได้ท่าน ไม่ใช่ท่านคนเดียวหรอกที่มีความลำบากลำบนในการใช้เน็ต

    ส่วนเรื่องโพสท์ก้าวฯ ไม่มีใครถือสาหาความท่านหรอก พวกเราเข้าใจดี
    (แต่เคืองๆ นิดหน่อยที่ท่านปล่อยกองบอกอลอยลำเคว้งคว้าง ไม่ช่วยกันกางใบเรือบ้างเลย ฮึ! คนอะไรใจดำ)

    ต้องชื่นชมคุณพอลจริงๆ เจ้าค่ะ ที่ทุ่มเทให้กับการโพสท์งานก้าวฯ
    สำหรับการโพสท์แต่ละครั้งข้าพเจ้าได้ยินมาว่าบางคราวคุณพอลใช้เวลาเกือบสิบชั่วโมง แถมยังเคยโดดประชุมเพื่อโพสท์งานก้าวฯ ให้พวกเรา ข้าพเจ้าไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรจริงๆ

    เรื่องที่ท่านจะลดเวลาใช้เน็ตลง แล้วไปชดเชยในส่วนอื่น ข้าพเจ้าเห็นด้วยเจ้าค่ะ
    นอกจากสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเสียสุขภาพด้วย
    อาจน่าเสียดายอยู่บ้างสำหรับคนที่ท่านเคยบรรจงสานกระบุงไปฝากไว้ให้
    เพราะความคิดเห็นของท่าน “น่าอ่าน” และ เป็นประโยชน์สำหรับนักหัดเขียน
    (แต่ข้าพเจ้าสะสมกระบุงของท่านมานานนับปีจนไม่มีที่จะวางแล้ว ถึงได้รับน้อยลง ข้าพเจ้าก็ไม่เสียใจ)

    พยาธิเริ่มส่งเสียงประท้วงแล้ว
    ขอตัวไปเป็นแม่ศรีเรือนเตรียมอาหารเย็นก่อนนะเจ้าคะ

    ป.ล. ว่าแต่แม่ท่านกลับระโนดหรือยัง ข้าพเจ้าติดใจแกงกุ้งใบชะพลูจริงๆ พับผ่า

  23. ขะรับ ขะรับ

    วันนี้หงุดหงิดนิดหน่อย หมายถึงระดับอารมณ์เกินกว่า 50 องศาอาร์

    ตั้งใจก๊อปฯเพลงอัสนี-วสันต์มาฟัง ระบบที่บ้านดันไม่ยอมรับ

    เฮ้อ…

    ฟังเพลงงานปีใหม่ที่คอนโดฯไปก่อน ทั้งที่รำค้านรำคาญ

  24. […] ชมสวน […]

  25. ไอ้ความเห็น 24 นี่มาได้ยังไง…

    มันลิงก์มาอัตโนมัติหรือ???

  26. อ๋อ เป็นเพราะใส่ link ไปนะเอง กลายเป้น Trackbacks

  27. ค่ำ ค่ำ สวัสดิ์ขอรับ

    ขอออกความเห็นร่วมเสวนาด้วยคนขอรับ

    เมื่อครั้งที่ผมเพิ่งเรียนจบหมาดๆ ละอ่อนโลก น่ารักน่าเอ็นดู และหน้าใสกิ๊ก (มั่วนิ่ม) ตอนนั้นผมไม่ทราบเหมือนกันว่าพกเอาความห้าวหาญมาแต่ไหน ผมคิดในใจว่า ‘ข้าจะสร้างอะไรที่สุดยอด ข้าจะต้องสร้างอะไรบางอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนขึ้นมา !’ ผมนั่งคิด นอนคิด ม้วนหน้าคิด ม้วนหลังคิดอยู่นานก็ได้ข้อสรุป ‘ข้าจะทำอาหารขาย เป็นอาหารที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในพื้นพิภพ’ (ทั้งๆที่เจียวไข่ยังไม่เป็นเลยขอรับ) แต่จะเริ่มอย่างไรดี ไม่มีความรู้เรื่องอาหารเลยพับผ่าสิ ในเมื่อเราจบมาทางด้านการออกแบบ ก็จะใช้วิชาที่ร่ำเรียนมานี่หละ ผมจึงเริ่มออกแบบอาหาร ได้เป็นขนมชนิดหนึ่ง

    เริ่มจากออกแบบแป้ง ผมไปซื้อแป้งดิบที่ตลาดมาหลายสิบชนิด หาวิธีทำ วิธีปรุง ผสมสัดส่วน ลองผิดลองถูก ในแต่ละวันมีสูตรออกมานับสิบๆ วันแล้ววันเล่า นานเท่าใดก็จำไม่ได้กว่าที่จะได้สูตรที่พอใจ ทำเอาน้ำหนักลดไปหลายกิโล(เพราะชิมแล้วอวก ชิมแล้วอวก) จากนั้นก็ ออกแบบไส้ข้างใน ซึ้งใช้เวลาและความพยายามไม่แพ้กัน

    ออกแบบชื่อขนม(ขอสงวนสิทธิไม่เอ่ยนาม เดี๋ยวคนที่เคยกินรู้ อิอิ)

    ออกแบบร้าน จะว่าเป็นร้านก็ไม่เชิงเพราะเป็นเพียงบูทขนาดเล็กๆสองคนยืน ผมลงมือทำทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ซื้อไม่อัด ต่อโครง พ่นสี สกรีนลาย เย็บผ้า ต่อตู้ไฟ ตัดตัวอักษร ทำเมนู เก็บทุกรายละเอียด ได้ออกมาเป็นบูทที่น่ารักน่าเอ็นดูเหลือหลาย

    ออกแบบเตา ทำให้เป็นเตาพับได้ ถ่วงน้ำหนักด้วยเขียงที่พับลงมากดบนแป้งที่เตรียมไว้ ให้ได้น้ำหนักกดที่พอดี ทำให้แป้งเกรียมหอมน่ากิน

    ออกแบบโลโก้ เป็นรูป หมา แมว และปลาทอง อยู่ในรูปเดียวกัน และคิดต่อไปว่า โลโก้กับอาหารน่าจะไปด้วยกัน ผมจึงออกแบบซองใส่อาหาร มานั่งคิดนอนคิดหาวิธีพับให้ได้เป็นซองใส่ขนมรูปหน้าหมาข้างหนึ่ง เมื่อหันอีกข้างเป็นรูปแมว ส่วนเจ้าปลาทองผมเอามันไปใส่ไว้ในน้ำดื่ม (รบกวนจินตนาการขอรับ) ผมหาซื้อแก้วค่อนข้างแข็งสีใสแจ๋ว ที่ก้นแก้วผมทำเป็นวุ้นใสๆขึ้นมาสูงประมาณ1/4 ของแก้ว กลางวุ้นใสจะมีปลาทองสีส้มแป๊ด ลอยอยู่ในวุ้น ส่วนที่เหลือข้างบน 3/4ของแก้วจะเป็นน้ำ โกโก้ กาแฟ หรือจะเป็นชาเขียวนม ก็แล้วแต่จะใส่ (สมัยนั้นยังไม่มีชาเชียวโออิชิเลยขอรับนับว่าทันสมัยพอดูเลยเชียว) น้ำดื่มที่เสร็จเรียบร้อย ประดุจงานศิลป์เลยเชียว (อิอิ ว่าไปนั่น)

    ออกแบบรายละเอียดอื่นๆอีกมากมายไม่สามารถบรรยายได้หมด

    สรุปว่าพยายามสร้างทุกรายละเอียดให้มันเป็นของที่ไม่เคยมีมาก่อนบนผืนพิภพว่าอย่างนั้นเถิด ซึ่งก็ออกมาน่ารักน่าเอ็ดดูสมใจหมาย

    สาขาแรก ที่ขนมพิลึก อวดโฉม ผมเลือกไปเช่าพื้นที่ห้างใหญ่ในจังหวัด (พื้นที่เช่าไม่แพงเพราะเป็นห้างท้องถิ่นและเป็นห้างที่เน้นขายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์) กว่าจะเจรจาให้เขายอมให้ผมเอาขนมไปขายได้ก็แทบแย่ เขาจะขายแผ่นเกมแผ่นโปรแกรม ไอ้คนนี้ทะลึ่งจะเอาขนมมาขาย(ฮา)

    วันแรกที่เริมขาย คนต่อแถวซื้อน้องๆโรตีบอย ขอรับ กระหยิ่มยิ้มย่องล่ะสิขอรับงานนี้ ผมเริ่มทำโครงร้านสาขาที่สองขึ้นมาทันที สาขาสองผมไปตั้งขายในสถานศึกษาขอรับ ร้านที่สองก็ขายดีพอควรไม่ดีมาก จึงไม่กล้าทำสาขาสาม และเวลาก็ผ่านไปสักพักใหญ่ ก็มีคนมาขอซื้อแฟรนไชไปต่างจังหวัด รู้สึกดีใจรีบต่อโครงบูทไปให้ และเริ่มส่งขนมขายโดยคิดเปอร์เซ็นต์กำไลจากยอดขาย แต่ปัญหาเริ่มจากตรงนี้ขอรับ แม้ว่าผมจะเป็นนักออกแบบที่พอใช้ได้ แต่ผมเป็นนักบริหารและนักการตลาดที่ยอดแย่ ผมเริ่มควบคุมคุณภาพไม่ได้ คนที่ซื้อเฟรนไชไปเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่ำ แม้ว่าจะพยายามคุยอย่างไรก็ดูเหมือนมีแต่จะแย่ลง

    ผมทำไปได้อีกสักพักใหญ่ ความสนุกตอนแรกมันหายไป ปัญหาที่เกิดก็แก้ไม่ตก จึงตัดสินใจบอกเลิกส่งแฟรนไช รวมทั้งเริ่มมีปัญหารอบข้างที่บีบเข้ามาจึงต้องตัดสินใจเลิกทำทั้งสองสาขาไปด้วยในที่สุด

    คนที่ซื้อแฟรนไชไปรู้ว่าผมจะเลิกทำ จึงมาคะยั้นคะยอขอสูตร ขอโลโก ขอชื่อ แบบฟรีๆ จำได้ตอนนั้นควันออกหูโกรธมาก คิดในใจว่าหากผมจะเลิกทำก็ให้มันหายไปดีกว่า กว่าจะคิดขึ้นมาได้แต่ละรายละเอียดแต่ละขั้นตอนการทำ แทบรากเลือด จะให้มันตกอยู่ในมือของคนที่ไม่รับผิดชอบได้อย่างไร ผมจึงตัดสินใจปิดฉากแบบถาวร เลิกทำโดยไม่ได้บอกใครต่อ ไม่ยอมให้ใครทำต่ออีกเลย

    จากวันนั้นถึงวันนี้ ผ่านมาหลายปีมากๆแล้ว ไม่เคยนึกย้อนไปแบบจริงๆจังๆสักที ที่ผ่านมารู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจได้ถูกแล้ว

    แต่วันนี้ผมลองมานั่งย้อนนึกอย่างละเอียด(นึกไปพิมพ์ไปด้วย อิอิ) ‘อาร์ ตอนนั้นเราก็แค่กำอัตตา กำอากาศอยู่นี่นา จะให้เขาหรือไม่ให้ก็ไม่เห็นมีอะไรต่าง’

    คารวะ

  28. ฮ่า ฮ่า ท่านอัมสำแดงพิษสงแย้ววว ฮ่า ฮ่า ฮ่า

    หากการได้จุ้มปุ๊กลงนั่งอ่านความฝากของกันและกันเป็นคล้ายล้อมวงสนทนา สำหรับข้าพเจ้านี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินได้ฟังท่านอัมโม้ยาวอย่างสาสมใจ (รอมานานแล้ว)

    ฟังเรื่องของท่านไปผู้น้อยก็คิดถึงบักจ่อยเพิ่งเรียนจบวิชาโฆษณาไป หลังเรียนจบงานแรกที่มันคิดทำคือถอยรถเข็นขายยำขะรับ ยำหลากรส แม่ได้ยินเข้าตาลุกเท่าไข่นกกระจอกเทศ มันอะหยังกันวา ส่งมันเรียนกว่าจะจบหมดไปหลายเฟื้อง เรียนเสร็จมันทะลึ่งจะขายยำข้างถนน! (แม่คิดดัง ๆ)

    สุดท้ายด้วยความที่เกรงใจแม่เลยไม่ได้ทำ

    หลายวันก่อนมีโอกาสเข้าเมืองได้เห็นยำเข้าไปเฉิดฉายอยู่ในห้าง โอ..แม่เจ้า! หากความฝันวันเยาว์เจ้ารถเข็นคันนั้นไม่ถูกคุมกำเนิดด้วยค่านิยมแบบสยามเสียแต่ยามนั้น มันมิกลายร่างเป็นร้านหรูในห้างเช่นนี้เรอะ! (ข้าพเจ้าคิดเข้าข้างตัวเองแบบไม่เกรงใจแม่)

    หลังจากอภิโปรเจคแรกล้มตั้งแต่ยังไม่ทันตั้งไข่ ข้าพเจ้าก็ผุดโปรเจ็คอีกร้อยแปดพันเก้าผุดมันมาเรื่อย ๆ มองย้อนกลับไปเห็นแต่ความล้มเหลวระเนนระนาดกองเป็นภูเขาเหล่ากา

    ที่ปลายยอดสุดมีไอ้กร๊วกนุ่งกางเกงเลสวมหมวกฟางผอมแห้งคนหนึ่งยืนมือล้วงกระเป๋า(ขาดความมั่นใจ) ก้มหน้านิ่ง (นาน ๆ จะแหงนมองท้องฟ้าสักเหลือบ) กำลังใช้เท้าคุ้ยเขี่ยตัวอักษรล.ลิงบ้าง ไม้โทบ้าง ม.ม้าบ้าง สระเอบ้าง ห.หีบบ้าง เตะเล่นอยู่อย่างนั้น!

    มันกำลังคิดว่าจะจัดการกับภูเขาที่มีแต่คำล้มกับเหลวนี่อย่างไรดี จะให้รถดั้มมาขนไปส่งร้านรับซื้อของเก่าดี หรือจะทำเป็นสวนสนุกให้เด็ก ๆ ใช้วิ่งเล่นแปลงกายม้วนตัวตีลังกาเล่นกระดานลื่นดี

    คิดพลางเหลือบหางตาที่กามันมาลืมรอยเท้าทิ้งไว้หลายรอยมองท้องฟ้าพลางฉีกยิ้มตอหนวดเคราสีขี้เถ้าเบียดเสียดกันระเนนระนาด

    คารวะ

    OOO

    ท่านย่าที่เคารพ

    อา..โพสท์ก้าวฯ เป็นเช่นข้าพเจ้าคาดหมายจริง ๆ เจอท่าน Plin เมื่อไรข้าพเจ้าจะขอทิ้งเข่าโขกศีรษะสักสามโป๊ก! ดีแล้วขะรับที่เราหยุดก้าวฯ และหันมาทบทวนเรื่องนี้ ส่วนอัปอัธยาศัยอันผู้น้อยได้กระทำไว้โดยรู้เท่าไม่ถึงกาลต้องน้อมขออภัยไม่มีข้อแก้ตัว ก็อต จักรพรรณบอกไว้ว่า “โกรธได้แต่อย่านาน เพราะใจที่ทรมาน คอนนานจะพาลสิ้นลม” อิ อิ อิ

    พี่ท่านขะรับ

    นั่นเป็น Ping
    หากเราเปิดคำสั่ง Ping ไว้ (อยู่ใต้ปุ่มคอมเม้นท์ในหน้า Post)
    เวลามีใครทำลิ้งค์ถึงบทความนั้น ๆ ก็จะมาโผล่ในหน้าบทความของเรา(ต่อให้ปิดคอมเม้นท์)

    ส่วน Trackback เป็นความตั้งใจยิงบทความของเราให้มาโผล่หน้าบทความของบล็อกอื่นอาจด้วยเป็นบทความที่เกี่ยวเนื่องกันโต้ตอบกันหรือ(ยิงเล่น ๆ อิ อิ) โดยการใช้ช่องคำสั่งที่อยู่ใต้โพสท์

    ทั้งสองฟังก์ชั่นนี้ใช้ร่วมกันทำให้เกิดการเชื่อมโยงระหว่างบทความต่อบทความ หัวเรื่องดี ๆ ก็จะคงอยู่และขยายใหญ่ขึ้นจากการเชื่อมโยงกันไปมา

    เสียดายบล็อกเกอร์บ้านเรายังไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญ ส่วนมากยังเน้นแต่โพสท์ของตนไม่มีลิ้งค์ใด ๆ ทั้งที่ฟังก์ชั่นนี้มีมาพร้อมบล็อก ในหมู่เราท่านที่เห็นอยู่ก็มีแต่ท่านมุกอีกสักกรึ๊บบิฉันนีสส์ที่ใช้อยู่

    นั่นเป็นคอนเซ็ปของบล็อกเทียวขอรับพี่ท่าน ลองคิดดูหากเราถกกันเรื่องมูลสุนัข(ในบ้าน) ที่มา วิธีแก้ ใครถ่าย คนในบ้านนิ่งดูดาย ทางออก พี่ท่านเสนอบทความในร้านหนังสือประทีป ท่านย่าว่าในสวนไปอีกทาง ท่านอัมแก้ไปแบบศิลป์ ๆ ที่แกลลอรี่ ทั้งหมดPing กันไปมา ใครอ่านเจอเข้าก็ได้ตามประเด็นมุมคิดที่แตกต่างไปจนสุดทาง

    ต่างกันมากมายกับต่างคนต่างโพสท์เรื่องของตนโดยไม่มีลิ้งค์ แล้วก็จบ วันต่อมาโพสท์นั้นก็จะถูกกลืนหายไปตลอดกาล

    แต่หากมีลิ้งค์กันไปมาโพสท์นั้นประเด็นนั้นมีโอกาสจะถูกค้นพบตลอดเวลา ยังคงความสดราวยกทะเลมาไว้ที่บล็อกเทียวล่ะพี่ทั่ลล์

    คารวะ

  29. นอนกลางวันสวัสดิ์เจ้าค่ะสหายชาวสวนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทุกท่าน

    ตื่นนอนกลางวัน เดินโผเผจากโซฟามุมโปรดเข้าครัวเตรียมหาอะไรกินเป็นอาหารกลางวัน แต่อ๊ะ…เปลี่ยนใจ เปิดสวนฯ ชมเสียหน่อย ไข่เจียวทำแป๊บเดียวก็เสร็จ (แหะ แหะ)

    เปิดประตูสวนมา โอ้โฮ…เจอถ้อยคำขีดเขียนไว้เต็มลานดิน
    จะหนีไปกินไข่เจียวคนเดียวก็กระไรอยู่ ขอร่วมไพบูลย์ด้วยก่อนแล้วกัน

    เรื่องมีคนขอเซ้งกิจการก้าวฯ ส่วนหนึ่งที่ข้าพเจ้าไม่อยากยกให้ เป็นเพราะกำอัตตาดังที่คุณอัมโปะกล่าวไว้จริงๆ แต่ถ้าคนที่เจรจาขอรับช่วงต่อไม่มาแนวที่เผยเห็นความมักง่ายเช่นนี้ ข้าพเจ้าคงแทบอยากใส่พานถวายให้ ไม่ได้คิดหวงเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตนหรอกเจ้าค่ะ

    ก้าวรอก้าวพวกเราร่วมกันสร้างมา
    ถ้าจะให้ใครสักคนทำต่อ ข้าพเจ้าก็อยากให้คนผู้นั้นรักในสิ่งเดียวกันกับพวกเรา
    แค่ถ้อยคำเขียนขอ “เขา”ยังไม่สามารถทำให้ผู้มอบประทับใจ
    อย่าว่าแต่การแสดงออกว่าเขาน่าจะเป็นนักเขียนที่ดี
    แค่คะแนนความตั้งใจจริง ข้าพเจ้าก็ไม่รู้จะให้อย่างไร

    “ก้าวรอก้าว” เป็นนิตยสารออนไลน์ไม่ใช่อาหารที่มีสูตรสำเร็จ
    กองบอกอกับคอลัมนิสต์ต้องช่วยกันปรุงอาหารจานนั้นเอาเอง
    ขอเพียงเหยาะ “ความรักในการเขียน” กับ “ความตั้งใจจริง” ลงไป
    จะอร่อยหรือไม่อร่อย แต่ก็คงทำให้ทั้งคนปรุงและคนชิมมีความสุขใจได้ไม่น้อย
    (ใครมีคุณสมบัติสองข้อนี้ รจนาจะยอมเสี่ยงพวงมาลัยถวายให้ ฮ่า ฮ่า)

    นานๆ ท่านดินจะได้อ่านคอมเม้นท์ยาวๆ จากคุณอัมโปะล่ะสิ
    อ่านดีๆ ล่ะท่าน ดอกพิกุลร่วงปีนึงไม่กี่หน (อิอิ ย้อเย่น)

    ท่านอยากโขกหัวสามโป้กคารวะคุณพอล ส่วนข้าพเจ้าอยากกราบแทบอก อิอิ

    ตอนนี้นึกเสียว่าพักผ่อนกันก่อนแล้วกันเจ้าค่ะ หายเหนื่อยค่อยว่ากันใหม่

    เรื่องที่ท่านอธิบาย Ping กับ trackback ไว้น่าสนใจดีเดียว
    แต่ข้าพเจ้าก็ยังงงๆ หางอึ่งไม่กระดุกกระดิกเลยเจ้าค่ะ
    เอาไว้วันไหนมีโอกาสได้เสวนากับท่านแบบเห็นหัวสิวและรูขุมขนของกันและกัน จะขอคำแนะนำจากท่านอีกครั้ง ตอนนี้ขออยู่แบบนุ่งผ้าแถบไปก่อน

    อ้า…ได้เวลาอันสมควร ไข่ไก่คงหายเย็นจากการนอนรอฟักในตู้เย็นแล้ว
    ข้าพเจ้าขอตัวก่อนล่ะ

    คา(น)รวะ

    ป.ล. ท่านพี่หายอารมณ์เสียหรือยัง ช่วงนี้อากาศยิ่งร้อนๆ ถ้าวันไหนเริ่มมองตาขวาง ขากรรไกรแข็งอย่าลืมไปพบหมอนะ อิอิ

  30. จริง ๆ ๆ ไม่เคยอ่านเม้นต์ยาวววววของท่านอัมเลย ค่อนข้างละเอียดอย่างไม่ยุ่ย

    อันที่จริงผมมีอัตตาที่ว่า การพูดขออะไรจากคนคนหนึ่งมันต้องมธุรสวาจาสักกะติ๊ด ไม่ห้วน หรือล้อเล่น ไม่แสดงความเอาจริง

    อัตตาที่ว่า เอ็งอยากทำก็ทำ …ป่นปี้ โดนด่าคนทำก็ต้องน้อมรับ

    ตรงนี้ผมไม่ติดใจ

    เพราะ เราไม่ได้มีส่วนทำ เช่นที่บอกว่าทีมงานคนละชุด

    หากเป็นนิตยสารเขาเรียกว่าว่า ขายหัว…

    ที่เห็นชัด และน่าเสียดายคือ “สยามรัฐ” ทั้งรายวัน และสัปดาหวิจาร์…

    ก่อนเฮียชัช ณ เตาปูนเข้ามา คุณภาพเยี่ยม เป็นที่หนึ่งไม่รองใครแม้กระทั่งมติชน

    การเข้ามาของเฮีย เพื่อสร้าง ลบ ภาพอะไรบางอย่าง (เหมือนคนพลัดถิ่นที่งาบสโมสรฟุตบอลเมืองแมนเชสเตอร์) นั้น กองบ.ก.เดิมลาออกทั้งกระบิ!!!!

    นักหนังสือพิมพ์ นักเขียนหลายคน ตบเท้าออก มาอยู่ที่มติชนบ้าง เนชั่นบ้าง

    แล้วสยามรัฐเหลืออะไร?

    เท่าที่ทราบ แย่ ค่าเรื่องสั้นไม่จ่ายนักเขียน (หลายคนรู้และยืนยัน)

    เหลือแต่ชื่อ ที่แม้แต่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ฯ ยังมิอาจงัดเอามาใช้ได้…

    ฉะนั้น หากเราลงมติจะขายหัว (แบบไม่ได้ตังค์) ให้หมอนั่นไป ผมเองก็เฉย ๆ

    เพราะว่า จะดี เลว ร้าย ห่วย งี่เง่า หรือ ฯลฯ

    เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

    แต่ที่ท่านย่าบอก ดอง อาบยาไว้ นั้น ก็เห็นด้วย

    เพราะเราอาจจะกลับมากอดคอกันเดินอีกครั้ง ครั้งนี้อาจมีประสบการณ์มาแชร์กัน

    เอ้า ฟันธง!

    ดองไว้ อาบยาไว้

    มัมมี่ 2 พันปี ก็เอา

    ไม่แน่…เมื่อนั้นเราจะกลายเป็นตำนาน ที่คนรุ่นหลังจะมาขุด

    eeeeee Ha!

  31. นานๆ คุณอัมโปะจะเขียนยาวๆ แบบนี้เสียที
    ทำเอาทั้งท่านดินและพี่อานันท์ตาค้าง ^^
    ข้าพเจ้าเองคุยกับคุณอัมโปะมาเป็นปี เพิ่งรู้นี่แหละว่าคุณอัมโปะเคยเป็นพ่อค้าขายขนมมาก่อน (ว่างๆ เขียนมาเล่าต่อหน่อยนะเจ้าคะว่าหลังปิดกิจการไปแล้ว ไปทำอะไรต่อ คาดว่าคงไม่ธรรมดาอีกเช่นกัน^^)

    วันนี้ข้าพเจ้าใช้ชีวิตแบบคุ้มค่าทุกนาที
    ตื่นตั้งแต่ตีห้า (ไม่รู้จะรีบตื่นไปไหน สงสัยเพราะความเคยชิน)
    ไหนๆ ก็ตาสว่างแล้ว นั่งแปลงานถึงหกโมงกว่า ทำโยคะต่ออีกชั่วโมง ทำความสะอาดบ้าน ไปเลือกตั้ง เข้าวัดนั่ง(สัปหงก)สมาธิ เดินเล่นศูนย์หนังสือจุฬาฯ ย้ายก้นไปนั่งอ่านหนังสือห้องสมุดประชาชน ปูผ้าใบฟังดนตรีในสวนฯ
    สาระจุกอกจนอยากดื่มเบียร์เผื่อจะเรอเอิ้กอ้าก

    พอรู้ผลเลือกตั้งอยากเมาหนักเป็นสองเท่า
    หันหน้าหันหลังมองหาร้านขายเบียร์
    วันนี้วันเลือกตั้งทุกร้านงดขายแอลกอฮอล์ (แฮ่ม…ให้ได้อย่างนี้สิ)

    นึกถึงไวน์ที่ซ่อนไว้ในครัว
    แต่ดันไม่มีที่เปิด
    วิสกี้ที่บ้านก็มี แต่ไม่มีคนชนแก้ว
    เซ็งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    กินน้ำแดงก็ได้ฟะ

    ป.ล.ท่านพี่ ตัวข้าพเจ้าเองอาบน้ำยามาครบพันปีแล้ว ยังไม่มีคนมาขุดเลย อิอิ

  32. เป็นผมนะ จะใช้ไขควงทะลวงจุกค็อก…..

    อ้อ ไรนะ ไขควงไม่มี

    ฟาดหัวตัวเองก็ได้ขอรับ

    อาบเลือด พร้อมบลัดไวน์


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

Categories

%d bloggers like this: